เนื้อความคำพิพากษา
วันเวลาที่เกิดเหตุมีผู้ก่อความรุนแรงใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด ยิงใส่ฐานปฏิบัติการ ร้อย.ทพ.๔๓๐๒ มีการยิงตอบโต้กัน เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้า ซึ่งอยู่ในรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองซึ่งได้ใช้อาวุธสงครามยิงใส่รถยนต์กระบะซึ่งมีผู้ฟ้องคดีที่ ๑ เป็นผู้ขับ โดยมีผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๕ และบุคคลอื่นนั่งโดยสารมาด้วย เห็นว่าขณะเกิดเหตุพิพาทในคดีนี้ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และขณะเดียวกันรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกำหนด
ดังกล่าวบัญญัติให้ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง อันเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง ไม่ให้ศาลปกครองมีอำนาจในการควบคุมตรวจสอบข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง และการกระทำของเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ส่วนมาตรา ๑๗ เป็นบทบัญญัติในเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกกระทำละเมิด ซึ่งจะได้รับการเยียวยาหรือไม่จะต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าการกระทำนั้นเป็นละเมิดหรือไม่ ถ้าเป็นการกระทำละเมิดจึงจะได้รับการเยียวยา เมื่อการพิจารณาว่าการกระทำตามมาตรา ๑๖ นั้น เป็นละเมิดหรือไม่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม
การพิจารณาความรับผิด ผู้ที่กระทำละเมิดและการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย ตามมาตรา ๑๗ จึงต้องได้รับการพิจารณา โดยศาลเดียวกัน ดังนั้นคดีนี้การที่โจทก์ทั้งห้าฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายได้บัญญัติยกเว้นอำนาจของศาลปกครองในการควบคุมตรวจสอบไว้ ข้อพิพาทในคดีนี้ จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีระหว่าง นายยา ดือราแม ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน ผู้ฟ้องคดี กองทัพบก ที่ ๑ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี
อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) ดิเรก อิงคนินันท์ (ลงชื่อ) จิรนิติ หะวานนท์ (นายดิเรก อิงคนินันท์) (นายจิรนิติ หะวานนท์) ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) ปิยะ ปตังทา (ลงชื่อ) จรัญ หัตถกรรม (นายปิยะ ปะตังทา) (นายจรัญ หัตถกรรม) รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด (ลงชื่อ) พลเรือโท ปรีชาญ จามเจริญ (ลงชื่อ) พลตรี พัฒนพงษ์ เกิดอุดม (ปรีชาญ จามเจริญ) (พัฒนพงษ์ เกิดอุดม) หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร (ลงชื่อ) จิระ บุญพจนสุนทร (นายจิระ บุญพจนสุนทร) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ()