Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57809)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยมีความประสงค์จะขอถอนฎีกาเพื่อได้มีโอกาสขอรับอภัยโทษต่อไป โปรดอนุญาตพร้อมทั้งออกหมายจำคุกแก่จำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 198)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 73 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 73การกระทำของจำเลยอาศัยโอกาสที่ได้สัมปทานการทำไม้โดยมิยำเกรงต่อกฎหมายป่าไม้ทำการตัดฟันไม้โดยมิได้รับอนุญาตมีปริมาณมากถึง6,362 ต้น ปริมาตรถึง 3,794.89 ลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศอย่างร้ายแรงเห็นควรลงโทษสถานหนักโดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 18 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 73 วรรคสองพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และ 31 วรรคสองให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคสองอันเป็นบทหนัก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา (อันดับ 194)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 198)คำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1264/2533พนักงานอัยการจังหวัดลำพูนโจทก์นายประสิทธิ์ ศิระวงษ์จำเลยนายประสิทธิ์ ศิระวงษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 202ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยมีความประสงค์จะขอถอนฎีกาเพื่อได้มีโอกาสขอรับอภัยโทษต่อไป โปรดอนุญาตพร้อมทั้งออกหมายจำคุกแก่จำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 198)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 73 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 73การกระทำของจำเลยอาศัยโอกาสที่ได้สัมปทานการทำไม้โดยมิยำเกรงต่อกฎหมายป่าไม้ทำการตัดฟันไม้โดยมิได้รับอนุญาตมีปริมาณมากถึง6,362 ต้น ปริมาตรถึง 3,794.89 ลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรของประเทศอย่างร้ายแรงเห็นควรลงโทษสถานหนักโดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 18 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 และ 73 วรรคสองพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และ 31 วรรคสองให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 73 วรรคสองอันเป็นบทหนัก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา (อันดับ 194)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 198)คำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา

Matter details

Panel of judges
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์ · อุไร คังคะเกตุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up