Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57772)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาเกี่ยวแก่ดุลพินิจของศาล ต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง การที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ให้ปรากฏในศาลชั้นต้นก็เนื่องจากจำเลยได้กลับคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องเพราะได้มีการหลอกลวงชักจูงและศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยโดยพิจารณาจากรายงานและความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งรายงานและความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นนำมาประกอบการพิจารณาเท่านั้นหาใช่เป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226และการที่โจทก์ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดตามฟ้องยังใช้การระเบิดได้ สามารถสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ ทรัพย์สินเสียหายได้อย่างร้ายแรง จะฟังว่าเป็นระเบิดตามความหมายของพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 3 ไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32จำคุก 2 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48 แผ่นที่ 7)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่งคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยยังอยู่ในสภาพใช้การระเบิดได้ และสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นเป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วในศาลชั้นต้นและโต้เถียงดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1183/2533พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายสิทธิชัย วงษ์วัฒนะจำเลยนายสิทธิชัย วงษ์วัฒนะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษนั้นเป็นฎีกาเกี่ยวแก่ดุลพินิจของศาล ต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2533 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง การที่จำเลยไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ให้ปรากฏในศาลชั้นต้นก็เนื่องจากจำเลยได้กลับคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องเพราะได้มีการหลอกลวงชักจูงและศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยโดยพิจารณาจากรายงานและความเห็นของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งรายงานและความเห็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นนำมาประกอบการพิจารณาเท่านั้นหาใช่เป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226และการที่โจทก์ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดตามฟ้องยังใช้การระเบิดได้

สามารถสังหารชีวิตมนุษย์ สัตว์ ทรัพย์สินเสียหายได้อย่างร้ายแรง จะฟังว่าเป็นระเบิดตามความหมายของพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 3 ไม่ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 51 แผ่นที่ 2)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32จำคุก 2 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48 แผ่นที่ 7)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49)คำสั่งคดีนี้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกระเบิดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยยังอยู่ในสภาพใช้การระเบิดได้ และสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นเป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วในศาลชั้นต้นและโต้เถียงดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลย

Matter details

Panel of judges
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up