Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5774/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 2 เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3 สำหรับรถยนต์คันเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงชนถูกรถยนต์ที่โจทก์กับพวกโดยสารมาพลิกคว่ำที่ถนนบริเวณพุทธมณฑลตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล และต้องขาดประโยชน์ทางทำมาหาได้ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามให้รับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ได้ความชัดว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์ที่โจทก์โดยสารมา ณ สถานที่ใด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างไรทั้งจำเลยทั้งสามต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพราะเหตุใดเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว การที่ฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าจำเลยที่ 1ขับรถยนต์ด้วยอาการอย่างไร ถนนที่เกิดเหตุเป็นถนนสายใดในบริเวณพุทธมณฑล นั้นไม่เป็นข้อสำคัญถึงขนาดจะทำให้จำเลยทั้งสามไม่เข้าใจข้อหาได้ ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 83-1977 กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนชนถูกรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4ข-0253กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำที่ถนนบริเวณพุทธมณฑล ตำบลศาลายาอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ทำให้โจทก์กับพวกซึ่งโดยสารมากับรถยนต์คันดังกล่าวได้รับอันตรายสาหัส แล้วจำเลยที่ 1 หลบหนีไปต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกดำเนินคดีอาญาฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดนครปฐมพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ให้จำคุก 6 เดือน 15 วัน การกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลรวม61,113 บาท ปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้อง และต้องเสียค่าผ่าตัดและทำกายภาพบำบัดอีกเป็นเงินอย่างต่ำ 40,000 บาท หลังเกิดเหตุโจทก์ทำงานไม่ได้ต้องถูกออกจากงาน ทำให้ขาดประโยชน์ทางทำมาหาได้ในอนาคตคิดเป็นเงิน 100,000 บาท รวมค่าเสียหาย 201,113 บาทขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความประมาทอย่างไร

เหตุที่รถชนกันเพราะความประมาทของโจทก์เองเพราะโจทก์ขับรถออกจากจุดที่จอดริมถนนที่เกิดเหตุเลี้ยวตัดหน้ารถของจำเลยที่ 1 อย่างกระชั้นชิดโดยไม่ระมัดระวัง จำเลยที่ 1ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน โจทก์เสียหายอย่างมากไม่เกิน 10,000 บาทขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความประมาทอย่างไรจึงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสทำให้จำเลยที่ 1เสียเปรียบไม่อาจต่อสู้คดีได้ เป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์เสียหายไม่เกิน 10,000 บาท หากจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์ ค่าเสียหายไม่เกินวงเงินตามตารางกรมธรรม์ไม่เกิน 25,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามฟ้องของโจทก์บรรยายความว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ได้เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3 สำหรับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ชนถูกรถยนต์เก๋งที่โจทก์กับพวกโดยสารมาพลิกคว่าที่ถนนบริเวณพุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล และต้องขาดประโยชน์ทางทำมาหาได้ จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามให้รับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ ได้ความชัดแล้วว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทชนรถยนต์เก๋งที่โจทก์โดยสารมาณ

สถานที่ใด และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างไรกับทั้งจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพราะเหตุใด นับว่าโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง แล้ว ส่วนการที่ฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกด้วยอาการอย่างไร และถนนที่เกิดเหตุเป็นถนนสายใดในบริเวณพุทธมณฑลนั้น ไม่เป็นข้อสำคัญจนถึงขนาดจะทำให้จำเลยทั้งสามไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

Supreme Court Judgment No. 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

Supreme Court Judgment No. 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

Supreme Court Judgment No. 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

Supreme Court Judgment No. 5206/2552

ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายให้จำเลยรับผิดอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 เท่านั้น มิใช่ให้รับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยเองตาม ป.พ.พ. มาตรา ป.พ.พ. มาตรา 420 หากคำฟ้องโจทก์ต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up