คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1132/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายซุ่งฮั้ว แซ่ก๊วยจำเลยนายซุ่งฮั้ว แซ่ก๊วย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 225ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ ส่วนฎีกาข้อ 1.2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าว กันมาในศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งข้อ 2.1(น่าจะเป็น 1.1) และข้อ 2.2(น่าจะเป็น 1.2) นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หากศาลฎีกาฟังว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยเฉพาะฎีกาข้อ 2.2(น่าจะเป็น 1.2)
แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 34) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษกระทงแรกจำคุก 1 ปี กระทงที่สองจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับเช็คฉบับหลัง(กระทงหลัง) คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 33,32) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34) คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลงโทษจำคุก จำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาข้อ 1.1 ว่าพยานหลักฐานโจทก์จำเลยฟังได้ว่า จำเลย ออกเช็คให้ผู้เสียหายไว้เป็นการค้ำประกันนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนฎีกาข้อ 1.2 ของจำเลยที่ว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 จึงให้รับฎีกาข้อ 1.2 ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป