Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57726)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ ส่วนฎีกาข้อ 1.2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าว กันมาในศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งข้อ 2.1(น่าจะเป็น 1.1) และข้อ 2.2(น่าจะเป็น 1.2) นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หากศาลฎีกาฟังว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยเฉพาะฎีกาข้อ 2.2(น่าจะเป็น 1.2) แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 34) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษกระทงแรกจำคุก 1 ปี กระทงที่สองจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับเช็คฉบับหลัง(กระทงหลัง) คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 33,32) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลงโทษจำคุก จำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาข้อ 1.1 ว่าพยานหลักฐานโจทก์จำเลยฟังได้ว่า จำเลย ออกเช็คให้ผู้เสียหายไว้เป็นการค้ำประกันนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนฎีกาข้อ 1.2 ของจำเลยที่ว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 จึงให้รับฎีกาข้อ 1.2 ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1132/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายซุ่งฮั้ว แซ่ก๊วยจำเลยนายซุ่งฮั้ว แซ่ก๊วย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ ส่วนฎีกาข้อ 1.2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าว กันมาในศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งข้อ 2.1(น่าจะเป็น 1.1) และข้อ 2.2(น่าจะเป็น 1.2) นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หากศาลฎีกาฟังว่าฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาของจำเลยก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยเฉพาะฎีกาข้อ 2.2(น่าจะเป็น 1.2)

แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 34) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษกระทงแรกจำคุก 1 ปี กระทงที่สองจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับเช็คฉบับหลัง(กระทงหลัง) คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 33,32) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลงโทษจำคุก จำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาข้อ 1.1 ว่าพยานหลักฐานโจทก์จำเลยฟังได้ว่า จำเลย ออกเช็คให้ผู้เสียหายไว้เป็นการค้ำประกันนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้ว ส่วนฎีกาข้อ 1.2 ของจำเลยที่ว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 จึงให้รับฎีกาข้อ 1.2 ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

Matter details

Panel of judges
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 3880/2556

ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และคงลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up