Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57605)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือ ข้อ 2.1 ที่ว่า เมื่อมีข้อสงสัยในการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดี ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 ในข้อ 2.2 ที่ศาลอุทธรณ์ยกเอาข้อเท็จจริงซึ่งไม่ปรากฏในสำนวนและทางนำสืบของโจทก์และจำเลยมาวินิจฉัยคดีนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สำหรับข้อ 2.3 ที่ศาลอุทธรณ์รับฟังพยานโจทก์ซึ่งเป็นพยานบอกเล่าและคำของพยานผู้มีส่วนได้เสียในคดีแล้วนำมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนข้อ 2.4 ปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และในข้อสุดท้ายปัญหาว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ เพราะมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์อันทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา นางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ผู้เสียหายขอเข้า เป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ให้จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้1 ใน 4 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 61) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1, 2.3, 2.4 และ 2.5 เป็นฎีกาคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ส่วนฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงนอกสำนวนและ ทางนำสืบของโจทก์ จำเลยมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยนั้น ศาลอุทธรณ์ ก็มิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกสำนวนแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลย ทุกข้อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1001/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะโจทก์นางสาวจิตอารีย์ หอมเย็นจำเลยนางสาวจิตอารีย์ หอมเย็น จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือ ข้อ 2.1 ที่ว่า เมื่อมีข้อสงสัยในการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดี ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 ในข้อ 2.2 ที่ศาลอุทธรณ์ยกเอาข้อเท็จจริงซึ่งไม่ปรากฏในสำนวนและทางนำสืบของโจทก์และจำเลยมาวินิจฉัยคดีนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สำหรับข้อ 2.3 ที่ศาลอุทธรณ์รับฟังพยานโจทก์ซึ่งเป็นพยานบอกเล่าและคำของพยานผู้มีส่วนได้เสียในคดีแล้วนำมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยนั้น

ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนข้อ 2.4 ปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และในข้อสุดท้ายปัญหาว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่ เพราะมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์อันทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา นางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ผู้เสียหายขอเข้า เป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ให้จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้1 ใน 4 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 61) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1, 2.3, 2.4 และ 2.5 เป็นฎีกาคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ส่วนฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่าศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงนอกสำนวนและ ทางนำสืบของโจทก์ จำเลยมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยนั้น ศาลอุทธรณ์ ก็มิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกสำนวนแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลย ทุกข้อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · เสียง ตรีวิมล · เธียร ยูงทอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up