คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 763/2533ร้อยตำรวจเอกวีรากร ทิมาตฤกะโจทก์นางหม่นหรือมนหรือมล สังข์น้อย กับพวกจำเลยนายถาวร จันทร์สม ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีเจตนาบุกรุกที่ดินของโจทก์หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 224)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334,335,358,362,365,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362 กับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ในความผิดฐานบุกรุกด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 220)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 221)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2เข้ายึดถือครอบครองที่ดินแปลงพิพาทโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นที่ดินของโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยทั้งสองไม่รู้ว่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นของโจทก์ เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง