Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57408)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยข้อ 2 และข้อ 4 มีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงพนักงานของบริษัท ไทยเซ็นเตอร์กรุ๊ฟ จำกัด ปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน จะถือว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ และข้อ 3 มีปัญหาว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องบรรยายว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการโฆษณาแก่ประชาชนแต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้โฆษณา และจำเลยที่ 1 หลงต่อสู้ เช่นนี้ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 243 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 235)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 7,27 ลงโทษเรียงกระทง ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก 5 ปีฐานประกอบธุรกิจจัดหางานไม่รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้ เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 233)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 235)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343โดยระบุวรรคเท่านั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวก็ดี จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้โฆษณาหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใดก็ดี เป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 316/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางสาวยุวดี บึงเกียรติกุล กับพวกจำเลยนางสาวยุวดี บึงเกียรติกุล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยข้อ 2 และข้อ 4 มีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงพนักงานของบริษัท ไทยเซ็นเตอร์กรุ๊ฟ จำกัด ปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน จะถือว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ และข้อ 3 มีปัญหาว่า

เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องบรรยายว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการโฆษณาแก่ประชาชนแต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้โฆษณา และจำเลยที่ 1 หลงต่อสู้ เช่นนี้ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 243 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 235)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 7,27 ลงโทษเรียงกระทง ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก 5 ปีฐานประกอบธุรกิจจัดหางานไม่รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้ เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 233)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 235)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343โดยระบุวรรคเท่านั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวก็ดี จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้โฆษณาหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใดก็ดี เป็นฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ปรีชา ธนานันท์ · สวิน อักขรายุธ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up