เนื้อความคำพิพากษา
จำเลยต้องหาว่าทำร้ายร่างกาย สาลได้ไปเดินผเชินสืบ ผู้เสียหายจำเลยแถลงไม่ไปไนการผเชินสืบ แต่ไห้ทนายไปแทน ครั้นถึงวันนัดทนายไม่ไป แต่ได้ขอไห้สาลถามพยานแทน เมื่อไปผเชินสืบมาแล้ว สาลได้อ่านไห้จำเลยและทนายฟัง ไม่มีการคัดค้าน สางล่างทั้งสองพิพากสาต้องกันไห้ลงโทสจำเลยถานทำร้ายร่างกายสาหัสตามกดหมายลักสนะอาญามาตรา ๒๕๖ จำเลยดีกาว่า การพิจารนาและการเดินผเชินสืบพยานของสาลมิได้ทำต่อหน้าจำเลย สาลดีกาเห็นว่าการเดินผเชินสืบกับการส่งประเด็นไปสืบ บัญญัติรวมกันไว้ไนวิธีพิจารนาความอาญามาตรา ๒๓๐ และไนการเดินผเชินสืบจำเลยจะไปฟังการพิจารนาหรือไม่ก็ได้หากไม่ติดไจไปฟังจะยื่นคำถามเปนหนังสือก็ได้ คดีนี้จำเลยไม่ไปโดยขอไห้สาลถามพยานไห้ตามกะบวนความ
สาลสืบกลับมาแล้วอ่านคำพยานไห้จำเลฟัง จำเลยไม่คัดค้านการกะทำของสาลจึงชอบด้วยวิธีพิจารนาความอาญา ม.๒๓๐ และไม่ขัดต่อมาตรา ๑๗๒ เพราะตามที่ ม.๑๗๒ บัญญัติไห้ทำการพิจารนาและสืบพยานต่อหน้าจำเลยนั้น หมายฉเพาะการพิจารนาและสืบพยานไนสาล ดังที่ได้มีคำว่าไนสาลไว้ชัดเจนแล้ว ช้ำยังมีความตอนท้ายว่า เว้นแต่บัญญัติไว้เปนอย่างอื่น ม.๑๗๒ จึงไม่ไช่เรื่องผเชินสืบ ซึ่งต้องไช้ ม.๒๓๐ พิพากสายืน.(จำรูญ โปษยานนท์-คง อิสรภักดี-คง อิสรภักดี)สาลชั้นต้น - นายเทียน พองบุญนากสาลอุธรณ์ - นายมนูภันท์ ห์ลีละเมียร