คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2540 และวันที่ 16มิถุนายน 2540 บริษัทยงสวัสดิ์ค้าไม้ จำกัด ได้ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับโจทก์ เพื่อสั่งสินค้าไม้แปรรูปจากผู้ขายในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย โดยโจทก์เป็นผู้รับตราส่งโจทก์เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้ 2 ฉบับตามคำขอ และผู้ขายได้ส่งสินค้ามาทางเรือและส่งใบตราส่งกับเอกสารอื่น ๆ ให้แก่โจทก์ โจทก์ได้จ่ายสินค้าให้แก่ผู้ขายไป 83,195.45 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1,630,566.45 ริงกิต ต่อมาเมื่อเดือนธันวาคม 2540 โจทก์ตรวจสอบพบว่ามีการส่งสินค้าถึงท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือมาบตาพุด เมื่อวันที่11 เมษายน 2540 และวันที่ 23 กรกฎาคม 2540 โดยมีจำเลยเป็นผู้ขนส่ง จำเลยมีหน้าที่ต้องส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์หรือให้แก่บุคคลที่ได้รับอนุญาตจากโจทก์โดยมีการเวนคืนใบตราส่งแต่จำเลยได้กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อด้วยการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2540 และวันที่ 24 กรกฎาคม 2540 โดยมิได้มีการเวนคืนใบตราส่งและมิได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจากโจทก์อันเป็นการละเมิดและผิดสัญญารับขนของต่อโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายมิได้รับชำระหนี้ค่าสินค้าจากบริษัทยงสวัสดิ์ค้าไม้
จำกัด และไม่สามารถรับหรือโอนขายสินค้าให้แก่บุคคลอื่นจำเลยต้องรับผิดชอบชดใช้ต้นเงินที่โจทก์จ่ายไปพร้อมดอกเบี้ยโจทก์ขอคิดอัตราแลกเปลี่ยนก่อนวันฟ้องในอัตรา 37.5193 บาท ต่อ1 ดอลลาร์สหรัฐ และอัตรา 9.9673 บาท ต่อ 1 ริงกิต พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดวันที่ 18 เมษายน2540 และวันที่ 24 กรกฎาคม 2540 จนถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย449,614.93 บาท และ 2,017,071.85 บาท รวมเป็นเงินต้น19,373,780.03 บาท และดอกเบี้ย 2,466,686.78 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 21,840,466.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี จากเงินต้น 19,373,780.03 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า
ผู้ซื้อขนถ่ายสินค้าออกจากระวางเรือของจำเลยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2540 และวันที่ 24 กรกฎาคม 2540โจทก์จึงต้องฟ้องคดีภายในวันที่ 17 เมษายน 2541 และวันที่ 23กรกฎาคม 2541 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 ขอให้ยกฟ้องศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 21,840,466.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น 19,373,780.03 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2540และวันที่ 16 มิถุนายน 2540 บริษัทยงสวัสดิ์ค้าไม้
จำกัด ซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์ได้ขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับโจทก์ที่สำนักงานใหญ่เพื่อสั่งซื้อสินค้าไม้แปรรูปจากผู้ขายในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์และประเทศมาเลเซียโดยมีข้อตกลงว่าเมื่อผู้ขายได้จัดส่งสินค้าลงเรือแล้วให้ผู้ขายเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากสาขาหรือธนาคารตัวแทนของโจทก์ได้ ผู้ขายและผู้ซื้อตกลงมอบสินค้าทั้งหมด ใบตราส่ง กรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารต่าง ๆ ให้แก่โจทก์หรือบุคคลที่โจทก์อนุญาตหากผู้ซื้อไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์มีสิทธินำสินค้าออกจำหน่ายนำเงินมาชำระหนี้ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตได้ โจทก์เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต2 ฉบับ ตามคำขอของผู้ซื้อ เมื่อผู้ขายส่งสินค้าพร้อมเอกสารการส่งสินค้าพร้อมเอกสารการขนส่งให้โจทก์
โจทก์ได้ชำระค่าสินค้าให้ผู้ขายจำนวน 83,195.45 ดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 และ1,630,566.45 ริงกิต ไปเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 จำเลยเป็นผู้ขนส่งตามใบตราส่งและโจทก์เป็นผู้รับตราส่ง เรือสินค้ามาถึงท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือมาบตาพุดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2540 และวันที่ 23กรกฎาคม 2540 ต่อมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2540 และวันที่ 24 กรกฎาคม 2540 มีการขนถ่ายสินค้าจากเรือและจำเลยไม่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับตราส่ง แต่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อโดยไม่ได้มีการเวนคืนใบตราส่งและมิได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจากโจทก์ ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีเดียวกันนี้ต่อศาลแพ่งธนบุรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541 แต่ศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2542 โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2542มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดในมูลละเมิด จึงมีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ทำละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 448 คดีนี้ถือว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2540 และวันที่ 15 สิงหาคม 2540 อันเป็นวันที่คำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตแต่ละฉบับสิ้นอายุ โจทก์ฟ้องคดีนี้ที่ศาลแพ่งธนบุรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541 เกินกำหนด 1 ปีจึงขาดอายุความ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ในฐานะผู้รับตราส่งฟ้องจำเลยในฐานะผู้ขนส่งให้รับผิด เนื่องจากจำเลยซึ่งมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 และตามสัญญารับขนของทางทะเลที่จะต้องนำสินค้าที่ตนเองรับขนไปส่งมอบให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับตราส่งและรับเวนคืนใบตราส่ง แต่จำเลยไม่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์
กลับส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อโดยไม่ได้รับเวนคืนใบตราส่ง อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญารับขนของทางทะเลแม้ตามคำฟ้องโจทก์จะกล่าวอ้างมูลละเมิดมาด้วยแต่เมื่อฟังได้แล้วว่าจำเลยผิดสัญญารับขนของทางทะเลและโจทก์สามารถใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายอันเกิดจากมูลผิดสัญญาได้กรณีจึงไม่อาจนำอายุความ 1 ปี ในเรื่องการเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตา 448 มาใช้บังคับ ดังที่จำเลยอุทธรณ์ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความในมูลละเมิดหรือไม่นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน