Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5725/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 เพียงแต่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์เพื่อจะใช้กุญแจผีไขรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยยังไม่ได้เอารถออกไป เป็นการลงมือลักทรัพย์แล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะเจ้าพนักงานตำรวจและผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุก่อน ทำให้จำเลยที่ 1 เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปไม่ได้ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 138, 335, 371 ริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 อีกกระทงหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานลักทรัพย์จำคุก 4 ปี ฐานพาอาวุธติดตัวไปในทางสาธารณะ ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 4 ปี และปรับ 100 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานลักทรัพย์จำคุก 4 ปี หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุก 2 ปี 6 เดือน รวมกับโทษฐานพาอาวุธตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว จำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 100 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือไม่ โจทก์มีนายพิษณุ เบิกความว่า พยานเห็นจำเลยที่ 1 ใช้ลูกกุญแจไขกุญแจรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างถนนเพชรเกษม บริเวณหน้างานแสดงสินค้าใกล้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอทุ่งสง เมื่อจำเลยที่ 1 ไขกุญแจรถจักรยานยนต์คันใดไม่ออกก็จะเดินไขกุญแจรถจักรยานยนต์คันต่อไปเรื่อย ๆ ประมาณ 10 กว่าคัน พยานจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าพนักงานตำรวจ สักครู่หนึ่งเจ้าพนักงานตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุขณะที่จำเลยที่ 1 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของนายประสงค์ ผู้เสียหาย เพื่อจะใช้ลูกกุญแจไขกุญแจรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย

เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นเจ้าพนักงานตำรวจจึงขว้างลูกกุญแจทิ้งไป เห็นว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 เดินไขกุญแจรถจักรยานยนต์ไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 กว่าคันจนกว่าจะไขกุญแจรถได้ และการที่จำเลยที่ 1 ขึ้นไปนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเพื่อจะไขกุญแจรถนั้น แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดสำเร็จแล้วหรือไม่ เห็นว่า ประจักษ์พยานโจทก์ปากดังกล่าวข้างต้นเห็นเพียงจำเลยที่ 1 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายแต่ไม่ยืนยันว่าจำเลยที่ 1 กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเหตุทำให้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ผู้เสียหายจอดรถไว้

ส่วนที่ผู้เสียหายเบิกความว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ผู้เสียหายนำรถไปจอดไว้ประมาณ 10 เมตร นั้น ปรากฏข้อเท็จจริงในคดีว่า ผู้เสียหายไม่เห็นเหตุการณ์ขณะมีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายออกไป จึงเป็นเพียงการคาดคะเนของผู้เสียหายว่าน่าจะมีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ของตนไปจากบริเวณที่จอดไว้ หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเป็นคนอื่นเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจากจุดที่จอดไว้เพราะผู้เสียหายจอดกีดขวางทางก็เป็นได้ และไม่มีพยานโจทก์ปากใดเห็นจำเลยที่ 1 จูงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ผู้เสียหายจอดไว้ ข้อเท็จจริงในคดีรับฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายยังไม่ได้เอารถออก จึงเป็นการลงมือลักทรัพย์แล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะเจ้าพนักงานตำรวจและผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุเสียก่อน

ทำให้จำเลยที่ 1 เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปไม่ได้ จำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีเพียงคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 ที่ให้การพาดพิงถึงจำเลยที่ 2 ว่าเมื่อไขกุญแจรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้ก็จะให้จำเลยที่ 2 ขับไป ตามบันทึกการจับกุมแต่บันทึกการจับกุมเป็นเพียงพยานบอกเล่า มีน้ำหนักให้รับฟังได้น้อย และที่จำเลยที่ 1ให้การในชั้นจับกุมพาดพิงถึงจำเลยที่ 2 มีลักษณะเป็นการซัดทอด จึงเป็นการซัดทอดจำเลยในคดีเดียวกัน ต้องฟังอย่างระมัดระวัง

การที่มีข้อเท็จจริงเพียงว่าจำเลยที่ 2 เป็นภริยาของจำเลยที่ 1 มาเที่ยวงานแสดงสินค้าด้วยกัน และไม่มีพยานโจทก์ปากใดเห็นจำเลยที่ 2 กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งพอที่จะรับฟังได้ว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำโดยดูต้นทางให้จำเลยที่ 1 ทำการลักทรัพย์ ประกอบกับจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นทุกข้อ

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
กษิดิ์เดช จีนสลุต · ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์
Lower court
ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายสมพร ศรีกฤษณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์
Supreme Court black case no.
อ.7002/2553
Trial court black case no.
อ646/2547
Trial court red case no.
อ734/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 17323/2555

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันพยายามลักรถจักรยานยนต์ก็ตาม แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยพยายามลักแฮนด์รถจักรยานยนต์ ก็ไม่ถือว่าข้อแตกต่างนั้นเป็นข้อสาระสำคัญ เพราะแฮนด์รถจักรยานยนต์ถือเป็…

Supreme Court Judgment No. 11654/2554

จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายและฐานพยายามลักทรัพย์ จำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายเพียงอย่างเดียว จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 289 (7) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษ…

Supreme Court Judgment No. 9559/2552

การที่จำเลยเอายาและเครื่องเวชภัณฑ์ใส่ไว้ในถุงพลาสติก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการไปเอาจากห้องคลังยาโดยตรงหรือในช่วงที่จำเลยเอาไปวางบนชั้นด้านหลังเคาน์เตอร์เภสัชกร ย่อมถือได้ว่าจำเลยเคลื่อนย้ายทรัพย์จากที่ตั้งต…

Supreme Court Judgment No. 1082/2549

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันของผู้เสียหายเข้ามาจอดที่บริเวณบ้านของจำเลยที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขายน้ำมันที่จำเลยที่ 1 จะดูดออกจากถังน้ำมันของรถยนต์บรรทุกให้แก่จำเลยที่ 2 ขณะที่จำเลยที่ 1 ใช้คี…

Supreme Court Judgment No. 1872/2546

คืนเกิดเหตุอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จำเลยที่ 3 เมาสุราแล้วอาเจียนจำเลยที่ 1จอดรถให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ลง แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 พากันเข้าไปนั่งที่ม้านั่งหน้าบ้านผู้เสียหายซึ่งประตูรั้วบ้านเปิดอยู่ พฤ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up