Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57229)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า คดีนี้ผู้ร้อง (จำเลยที่ 6) ฎีกาคำสั่ง หากให้มี การขายทอดตลาดทรัพย์ในขณะนี้จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นอย่างมาก ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์ ดังกล่าว กำลังดำเนินกิจการเพื่อนำรายได้มาวางต่อ เจ้าพนักงานบังคับคดีชำระหนี้ให้แก่โจทก์อยู่แล้ว เพียงแต่ รอฟังคำสั่งของศาลฎีกาในเรื่องที่ผู้ร้องขอไต่สวนและ กำหนดเวลาเงื่อนไขชำระหนี้ใหม่เท่านั้นโปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 238)คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งเจ็ด ร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ค้ำประกันและจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันใช้เงิน 9,615,600.81 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ในต้นเงิน 9,152,044.83 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 จนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนอง เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 6 ออกขายทอดตลาด หากได้เงิน ไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดออก ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ แต่จำเลยทั้งเจ็ด ไม่ชำระโจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดทรัพย์สินของจำเลย เพื่อบังคับตามคำพิพากษาวันที่ 26 กันยายน 2532 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้อง ว่าทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดนั้น จำเลยที่ 3 ใช้ประกอบอาชีพหารายได้ เช่น ใช้ทำผลิตภัณฑ์มันสำ ปะหลัง ใช้เป็นลานตากมันสำ ปะหลังและข้าวโพด เป็นต้น กิจการเหล่านี้มีรายได้ประจำปีเพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 3ประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไปขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ไว้ชั่วคราวและแต่งตั้งให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307ระหว่างการไต่สวนคำร้อง จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย และไม่มีทายาทร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องวันที่ 6 มิถุนายน 2534 จำเลยที่ 6 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 6เป็นบุตรจำเลยที่ 3 ซึ่งถึงแก่ความตายแล้ว ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดนั้น จำเลยที่ 6 เป็นผู้รักษาทรัพย์และใช้ประกอบการค้าพาณิชยกรรม โดยรับจ้างตากมันและข้าวโพด ส่วนโกดังเก็บสินค้าใช้รับฝากทรัพย์ มีรายได้สูงพอที่จะชำระหนี้ได้ ขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ไว้ชั่วคราว และแต่งตั้งจำเลยที่ 6 เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ของจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการหรือประกอบกิจการในทรัพย์ที่ถูกยึดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2531 โดยให้จำเลยที่ 6นำเงินรายได้มาวางต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเดือนละ300,000 บาท นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2534 เป็นต้นไป หากผิดนัดเดือนใดให้บังคับคดีต่อไปทันทีศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนผู้ร้อง (จำเลยที่ 6) ฎีกาคำสั่ง พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 223,224)ชั้นอุทธรณ์ ผู้ร้อง (จำเลยที่ 6) ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 6 มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษายกคำร้อง (อันดับ 180)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดจึงไม่มีเหตุต้องทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา และไม่มีเหตุสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์มิให้บังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3824/2535ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นายสฤษดิ์ ศรีสังข์ผู้ร้องห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งโรจน์พานิชปากช่อง กับพวกจำเลยนายเสรี ไชยกิตติ ทนายผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 264ความว่า คดีนี้ผู้ร้อง (จำเลยที่ 6) ฎีกาคำสั่ง หากให้มี การขายทอดตลาดทรัพย์ในขณะนี้จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นอย่างมาก ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์ ดังกล่าว กำลังดำเนินกิจการเพื่อนำรายได้มาวางต่อ เจ้าพนักงานบังคับคดีชำระหนี้ให้แก่โจทก์อยู่แล้ว เพียงแต่ รอฟังคำสั่งของศาลฎีกาในเรื่องที่ผู้ร้องขอไต่สวนและ กำหนดเวลาเงื่อนไขชำระหนี้ใหม่เท่านั้นโปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 238)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งเจ็ด ร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ค้ำประกันและจำนอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันใช้เงิน 9,615,600.81 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ในต้นเงิน 9,152,044.83 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 จนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนอง เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 6 ออกขายทอดตลาด หากได้เงิน ไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดออก ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ แต่จำเลยทั้งเจ็ด ไม่ชำระโจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดทรัพย์สินของจำเลย เพื่อบังคับตามคำพิพากษาวันที่ 26 กันยายน 2532 จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้อง ว่าทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดนั้น จำเลยที่ 3 ใช้ประกอบอาชีพหารายได้

เช่น ใช้ทำผลิตภัณฑ์มันสำ ปะหลัง ใช้เป็นลานตากมันสำ ปะหลังและข้าวโพด เป็นต้น กิจการเหล่านี้มีรายได้ประจำปีเพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 3ประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไปขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ไว้ชั่วคราวและแต่งตั้งให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307ระหว่างการไต่สวนคำร้อง จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย และไม่มีทายาทร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องวันที่ 6 มิถุนายน 2534 จำเลยที่ 6 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 6เป็นบุตรจำเลยที่ 3 ซึ่งถึงแก่ความตายแล้ว ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดนั้น จำเลยที่ 6 เป็นผู้รักษาทรัพย์และใช้ประกอบการค้าพาณิชยกรรม โดยรับจ้างตากมันและข้าวโพด ส่วนโกดังเก็บสินค้าใช้รับฝากทรัพย์ มีรายได้สูงพอที่จะชำระหนี้ได้ ขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ไว้ชั่วคราว และแต่งตั้งจำเลยที่ 6 เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ของจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการหรือประกอบกิจการในทรัพย์ที่ถูกยึดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2531 โดยให้จำเลยที่ 6นำเงินรายได้มาวางต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเดือนละ300,000 บาท นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2534 เป็นต้นไป หากผิดนัดเดือนใดให้บังคับคดีต่อไปทันทีศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืนผู้ร้อง (จำเลยที่ 6) ฎีกาคำสั่ง พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 223,224)ชั้นอุทธรณ์ ผู้ร้อง (จำเลยที่ 6) ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 6 มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษายกคำร้อง (อันดับ 180)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดจึงไม่มีเหตุต้องทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา และไม่มีเหตุสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์มิให้บังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4085/2546

โจทก์ใช้ถ้อยคำว่าขอทุเลาการบังคับมาในคำร้องที่โจทก์ยื่นพร้อมกับอุทธรณ์ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง แต่ก็มีใจความว่าหากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการติดตามเอาทรัพ…

Supreme Court Judgment No. 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58636)

ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในส่วนรื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอม แล้วจำเลยยื่นคำร้อ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56434)

ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2536 เป็นต้นมา จำเลยที่ 1ได้กระทำการให้เป็นที่เสียหายแก่ทรัพย์สินในที่ดินพิพาท และมีแนวโน้มว่ากระทำต่อไปอีก จึงขอศาลได้โปรด…

Supreme Court Judgment No. 3796/2536

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งฝ่ายผู้ร้องเป็นผู้ชำระบัญชีร่วมกับฝ่ายผู้คัดค้านเท่ากับมิให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ชำระบัญชีโดยลำพัง ที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของผู้คัดค้านในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up