คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3695/2535นายแสง หลงทะเลโจทก์นายชาญ จรรโลงเศวตกุลจำเลยนายแสง หลงทะเล โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 248, ม. 249ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลไม่รับรองให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่มีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาข้อเท็จจริงเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 200)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 19,800 บาท และค่าเสียหาย เป็นค่าขาดรายได้อีกปีละ 1,400 บาทแก่โจทก์ จนกว่าจำเลย และบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาทศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย เป็นเงิน 18,000 บาทให้แก่โจทก์
นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 194)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 196)คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 27527 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยจดทะเบียนซื้อมาเมื่อปี 2526 นางระเบียบ เจ้าของเดิมเป็นผู้ขอออกโฉนดเมื่อปี 2518 โดยแยกมาจาก น.ส.3 เลขที่ 722/355 ซึ่งแบ่งแยกมาจาก น.ส.3 เลขที่ 355 ในการออก น.ส.3 การแบ่งแยก น.ส.3 หรือการออกโฉนดดังกล่าวโจทก์ไม่เคยโต้แย้ง คัดค้านทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าขณะนี้ได้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดิน ดังกล่าว ส่วนพยานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์
โจทก์ฎีกาสรุปได้ว่า จำเลยเบิกความเลื่อนลอยไม่มีเหตุผล เชื่อไม่ได้ พยานจำเลยนำสืบมาก็มีพิรุธเชื่อไม่ได้ว่า นางระเบียบได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การออกโฉนดที่ดินดังกล่าวนางระเบียบจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินจำเลยผู้รับโอนที่ดินพิพาทต่อมาจึงไม่มีสิทธิในที่ดิน เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 18,000 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงฎีกาว่ามีสิทธิครอบครอง ที่พิพาทได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคแรก นั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1
Result
พิพากษายืนในเรื่องที่ว่าที่พิพาท เป็นของจำเลย ซึ่งมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง บทกฎหมายมาตราที่โจทก์อ้างมิใช่ เกี่ยวกับในเรื่องฎีกา ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง