Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57162)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อ 2(1)เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าพฤติการณ์ต่าง ๆ ตามที่ศาลชั้นต้น ฟังมาซึ่งยุติแล้วนั้น จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับ จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 หรือไม่ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดี โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 111 แผ่นที่ 3)คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1207/2532 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 74,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และให้ยกฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 1190/2532ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับ จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 107)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งคดีนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบหักล้างพยานโจทก์ ได้ว่า จำเลยที่ 1 ฉวยโอกาสขณะที่จำเลยที่ 2 ไม่อยู่เอารถของจำเลยที่ 2 ออกไปเก็บเงินค่าโดยสารเอาเองจึงไม่เป็นในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3456/2535บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัดโจทก์นายบัว บุราณเดช กับพวกจำเลยนายบัว บุราณเดช (น่าจะเป็นนายประดิษฐ์ ศรีหริ่งผู้ยื่นคำร้องจำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อ 2(1)เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าพฤติการณ์ต่าง ๆ ตามที่ศาลชั้นต้น ฟังมาซึ่งยุติแล้วนั้น จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับ

จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 หรือไม่ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดี โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 111 แผ่นที่ 3)คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1207/2532 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 74,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และให้ยกฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 1190/2532ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับ จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 107)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108)คำสั่งคดีนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบหักล้างพยานโจทก์ ได้ว่า จำเลยที่ 1 ฉวยโอกาสขณะที่จำเลยที่ 2 ไม่อยู่เอารถของจำเลยที่ 2 ออกไปเก็บเงินค่าโดยสารเอาเองจึงไม่เป็นในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ยงยุทธ ธารีสาร · พรชัย สมรรถเวช · อำนวย สุขพรหม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up