Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57156)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 3,630,260.56 บาทและดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 เมษายน 2528 จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 หลังจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตราเดียวกันไม่ทบต้นจนถึงวันฟ้อง และต่อจากนั้นไป ให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในเงินต้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 จนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้นทั้งนี้ให้นำยอดเงินจำนวน 120,000 บาท และ 115,380.30 บาทซึ่งจำเลยที่ 1 นำเข้าหักบัญชีในวันที่ 23 กรกฎาคม 2538 และวันที่ 26 กันยายน 2538 หักออกจากจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยซึ่งคำนวณถึงในวันนั้น ๆ ด้วย ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 500,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ทบต้นตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2526 จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 ซึ่งบอกเลิกสัญญา หลังจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตราเดียวกัน ไม่ทบต้นจนถึงวันฟ้อง และต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินในวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 จนกว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 จะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น หากไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองหรือทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้น ในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2528 จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 กับคิดดอกเบี้ยธรรมดาอัตราเดียวกัน ในต้นเงินของวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2528 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 30 กรกฎาคม 2530) และคิดดอกเบี้ย ธรรมดาในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินของวันที่ 17 พฤษภาคม2528 นับตั้งแต่ถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3จะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 136)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 137)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจะต้องรับผิดในดอกเบี้ยทบต้นนับแต่วันทำสัญญาค้ำประกันหรือไม่ เป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3427/2535ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์นายสมาน นวลพริ้ง กับพวกจำเลยธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 3,630,260.56 บาทและดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 เมษายน 2528 จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 หลังจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตราเดียวกันไม่ทบต้นจนถึงวันฟ้อง และต่อจากนั้นไป ให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในเงินต้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 จนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้นทั้งนี้ให้นำยอดเงินจำนวน 120,000 บาท และ 115,380.30 บาทซึ่งจำเลยที่ 1 นำเข้าหักบัญชีในวันที่ 23 กรกฎาคม 2538 และวันที่ 26 กันยายน 2538 หักออกจากจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยซึ่งคำนวณถึงในวันนั้น

ๆ ด้วย ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 500,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ทบต้นตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2526 จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 ซึ่งบอกเลิกสัญญา หลังจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตราเดียวกัน ไม่ทบต้นจนถึงวันฟ้อง และต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินในวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 จนกว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 จะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น หากไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองหรือทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้น ในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2528 จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 กับคิดดอกเบี้ยธรรมดาอัตราเดียวกัน ในต้นเงินของวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2528 จนถึงวันฟ้อง (วันที่ 30 กรกฎาคม 2530) และคิดดอกเบี้ย ธรรมดาในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงินของวันที่ 17 พฤษภาคม2528 นับตั้งแต่ถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3จะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 136)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 137)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจะต้องรับผิดในดอกเบี้ยทบต้นนับแต่วันทำสัญญาค้ำประกันหรือไม่ เป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up