Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57138)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ฎีกาข้อเท็จจริง ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี ฎีกาจำเลย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี 8 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีของจำเลย จึงเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกเกิน 5 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม,274 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว เป็นการกระทำผิด หลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขแล้ว แม้จะกระทำผิดจำเลยอายุ 20 ปี ก็ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี และฐานกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลัง ประทุษร้าย ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 8 ปี คำให้การ รับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 76)ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดาฯ เพื่อการอนาจาร กับความผิดฐานกระทำ อนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามที่ โจทก์ฟ้อง เป็นความผิดคนละกระทง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย กระทงละไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของ จำเลยล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ย่อมต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3319/2535พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามโจทก์นายภิรมย์ โสดาจำเลยนายธีระพงศ์ พานทอง ทนายความจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ฎีกาข้อเท็จจริง ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี ฎีกาจำเลย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี 8 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีของจำเลย จึงเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกเกิน 5 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม,274 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว เป็นการกระทำผิด

หลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขแล้ว แม้จะกระทำผิดจำเลยอายุ 20 ปี ก็ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี และฐานกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลัง ประทุษร้าย ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 8 ปี คำให้การ รับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 76)ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดาฯ เพื่อการอนาจาร กับความผิดฐานกระทำ อนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามที่ โจทก์ฟ้อง เป็นความผิดคนละกระทง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย กระทงละไม่เกิน 5 ปี จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของ จำเลยล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ย่อมต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · เธียรไท สุนทรนันท
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up