Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57133)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์และโจทก์เองก็ได้สละการ ครอบครองแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของจำเลย ดังนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ทั้งคดีนี้ได้ฟ้องร้องกันมาก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่จะใช้บังคับ จึงต้องบังคับตามกฎหมายฉบับเดิมซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยรับเงินจำนวน 79,750 บาท จากสำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาค 8 คืน น.ส.3 ฉบับพิพาท แก่โจทก์ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินตาม น.ส.3 ฉบับพิพาทดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 70)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่งที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองให้จำเลย แล้วนั้น โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่จำเลยฎีกาว่าเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ นั้น บทกฎหมายดังกล่าวที่บัญญัติใหม่ ไม่ได้ยกเว้นให้ฎีกาได้ ที่จำเลยฎีกาว่าสมควรใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับเดิมบังคับแก่คดีนี้นั้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 27 สิงหาคม 2534) จำเลยยื่นฎีกา เมื่อ 28 พฤษภาคม 2535 ภายหลังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขใหม่ใชั บังคับแล้วจึงต้องบังคับตามกฎหมายใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3310/2535นางวิลัย แซ่ตันหรืออนุวงค์กุลโจทก์นายโอภา พรหมชัยจำเลยนายโอภา พรหมชัย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์และโจทก์เองก็ได้สละการ ครอบครองแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของจำเลย ดังนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ทั้งคดีนี้ได้ฟ้องร้องกันมาก่อนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่จะใช้บังคับ จึงต้องบังคับตามกฎหมายฉบับเดิมซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยรับเงินจำนวน 79,750 บาท

จากสำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาค 8 คืน น.ส.3 ฉบับพิพาท แก่โจทก์ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินตาม น.ส.3 ฉบับพิพาทดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 70)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่งที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองให้จำเลย แล้วนั้น โจทก์ได้สละสิทธิการครอบครองหรือไม่ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

ที่จำเลยฎีกาว่าเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ นั้น บทกฎหมายดังกล่าวที่บัญญัติใหม่ ไม่ได้ยกเว้นให้ฎีกาได้

ที่จำเลยฎีกาว่าสมควรใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับเดิมบังคับแก่คดีนี้นั้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 27 สิงหาคม 2534) จำเลยยื่นฎีกา เมื่อ 28 พฤษภาคม 2535 ภายหลังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไขใหม่ใชั บังคับแล้วจึงต้องบังคับตามกฎหมายใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up