Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5712/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์และ ส. ตกลงแบ่งมรดกเจ้ามรดกทั้งที่มีพินัยกรรมและไม่มีพินัยกรรมตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 1.3 ว่า โจทก์ยอมสละที่ดินตามฟ้องทั้งสามแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กรณีต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคสอง เมื่อโจทก์และ ส. ลงลายมือชื่อไว้จึงต้องผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังนี้ถือได้ว่าที่ดินตามฟ้องทั้งสามแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้แบ่งปันไปเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์จึงไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ไม่ว่าในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะผู้จัดการมรดกที่จะใช้สิทธิขอแบ่งหรือมีอำนาจจัดการอีกต่อไป ดังนั้นหากจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ประการใดก็เป็นเรื่องเจ้าของที่ดินจะไปว่ากล่าวแก่จำเลยต่างหากหาเกี่ยวข้องกับโจทก์ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดก ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกจากจำเลย คดีนี้ เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทโดยมีพินัยกรรมข้อหนึ่งระบุว่า ยกที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้าง (โกดัง) ให้แก่ นายวิสิทธิ์ นายธนะสิทธ์ และนางสาวปิยะบุตร โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นที่ดินแปลงใด แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าโกดังดังกล่าว ปลูกสร้างอยู่บนที่ดิน โฉนดเลขที่ ๒๘๙๓ ตำบลสวนหลวง (ที่ ๘ พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร เพียงแปลงเดียวก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาเจตนาของเจ้ามรดกที่ปรากฏในพินัยกรรมแล้ว เห็นว่าพินัยกรรมดังกล่าวมีข้อกำหนดพินัยกรรมในข้อ ๑ ให้ที่ดินตามโฉนดที่ดินรวม ๑๖ โฉนด ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม ๙ ตำบลบางกะปิ (ลาดพร้าวฝั่งเหนือ)

อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ตกได้แก่โจทก์ นายชเนศร์กับนายชยายุส ซึ่งเป็นบุตรโจทก์ คนละ ๑ ส่วนเท่า ๆ กัน ข้อ ๔ ให้ที่ดินตามโฉนดที่ดินรวม ๒ โฉนด ตั้งอยู่ที่แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างตกได้แก่โจทก์ ซึ่งเห็นได้ว่า ในการยกที่ดินให้แก่ผู้รับพินัยกรรมนั้นหากบริเวณที่จะยกให้มีหลายแปลง เจ้ามรดกก็จะยกให้แก่ผู้รับพินัยกรรมทั้งหมด มิใช่ยกให้เฉพาะบางแปลง อีกทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๘๙๓ นั้น เดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวโดยเจ้ามรดกให้จำเลยซึ่งเป็นบริษัทจำกัด เช่าบางส่วน ก่อนที่จะมีการแบ่งแยกที่ดินออกไปอีก ๒ แปลงเป็นโฉนดเลยที่ ๒๘๙๓, ๑๘๔๘๕๒ และ ๑๘๔๘๕๓ จากเหตุผลข้างต้นย่อมเห็นได้ว่า เจ้ามรดกเจตนายกที่ดินทั้ง ๓ แปลงให้แก่ทายาททั้งสาม

ดังนั้น ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวจึงตกแก่ทายาททั้งสามแล้วนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายค่าเช่าที่ดินและผลประโยชน์อื่นใดที่ได้จากที่ดินที่ให้เช่าเป็นดอกผลนิตินัย ย่อมตกได้แก่บุคคลทั้งสามด้วย มิใช่ทรัพย์มรดกที่โจทก์จะนำมาแบ่งปันแก่ทายาทอื่น ๆ ได้ ประกอบกับในคดีก่อนโจทก์และนายสุขุมได้ตกลงแบ่งมรดกของเจ้ามรดกตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๑.๓ ว่า โจทก์ยอมสละที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๘๙๓, ๖๘๙๐๓, ๑๘๔๘๕๒ และที่ ๑๘๔๘๕๓ ตำบลสวนหลวง (ที่ ๘ พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๘๙๓ แก่นายสุขุม กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๐ วรรคสอง เมื่อโจทก์และนายสุขุมลงลายมือชื่อไว้จึงต้องผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว และเมื่อได้ความดังนี้ย่อมถือได้ว่าที่ดินทั้งสามแปลง

ดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามที่โจทก์ฟ้องได้แบ่งปันไปเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์จึงไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าว พร้อมสิ่งปลูกสร้างอีก ดังนั้นโจทก์ไม่ว่าในฐานะส่วนตัวหรือผู้จัดการมรดกหาอาจที่จะใช้สิทธิขอแบ่งหรือมีอำนาจจัดการอีกต่อไป หากจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่ประการใด ก็เป็นเรื่องของเจ้าของที่ดิน จะไปว่ากล่าวแก่จำเลยเองต่างหาก หากเกี่ยวข้องกับโจทก์ไม่ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ อันโจทก์จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้

Matter details

Panel of judges
วิบูลย์ มีอาสา · ศุภชัย ภู่งาม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางพิมลรัตน์ วรรธนะหทัย
ศาลอุทธรณ์ - นายสุริยะ เดชด่าน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3140/2538

แม้จำเลยในฐานะ ผู้จัดการมรดกของ ส. ได้ทำ สัญญาประนีประนอมยอมความโอนขาย ที่ดินทรัพย์ มรดกซึ่งเป็น สินสมรสระหว่างโจทก์ที่1กับ ส. ให้แก่บุคคลอื่นและศาลมี คำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดไปแล้วคำพิพากษาดังกล่…

Supreme Court Judgment No. 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 3932/2549

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) ฟ้องแย้งเป็นคำฟ้องอย่างหนึ่ง ดังนั้น การบรรยายฟ้องจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 172 วรรคสอง กล่าวคือ ต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อ…

Supreme Court Judgment No. 465/2541

ในคดีแพ่งเมื่อจำเลยถูกฟ้อง นอกจากจำเลยจะให้การปฏิเสธแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิหักกลบลบหนี้และฟ้องแย้งได้ หากหนี้นั้นมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันและถึงกำหนดชำระแล้ว โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยได้ก่…

Supreme Court Judgment No. 4356/2536

โจทก์นำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นเที่ยวแรกและเที่ยวที่สองเรียกว่าคอมเบิลเพลทส่วนเที่ยวที่สามเรียกว่ารีรอยเลเบิล สต๊อก เพลทเป็นสินค้าที่มีลักษณะแตกต่างกันจึงควรมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาแท้จริงในท้องตลาดจึง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up