Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56946)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า การพิจารณาทุนทรัพย์ในการฎีกาต้องพิจารณาทุนทรัพย์ของโจทก์จำเลยแต่ละคนในเมื่อเป็นมูลหนี้ที่แบ่งแยกกันได้ เมื่อคดีของโจทก์จำเลยแต่ละคนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่ถึงสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์มิได้แยกฟ้องจำเลยทั้งเก้าเป็นคนละสำนวนต่างหากจากกัน ฟ้องของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งเก้า ออกไปจากที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินแปลงหนึ่งอันไม่สามารถ แบ่งแยกได้ ถือได้ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ขอให้จำเลยทั้งเก้า คืนทรัพย์สินให้โจทก์รวมกันโดยมิได้แบ่งแยกกันจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 486)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินของจำเลยทั้งเก้าตามโฉนดเลขที่ 1369,1370,1371,412,620,408,680,11957,2147 ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดิน ตามโฉนดทั้งเก้าแปลงเป็นที่ดินศาสนสมบัติของวัดโขดทิมธาราม และพิพากษาให้เพิกถอนทำลายโฉนดทั้งเก้าแปลงดังกล่าว ของจำเลยทั้งเก้าให้จำเลยทั้งเก้าและบริวารขนย้ายทรัพย์สิน ของตนออกไปจากที่พิพาท และห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 477)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 481)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว หนี้ที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยทั้งเก้าเป็นหนี้อันอาจแบ่งแยกได้จึงต้องถือทุนทรัพย์แยกจากกันตามรายตัวจำเลย โจทก์ประเมินราคาทุนทรัพย์ที่ดินโจทก์ไว้ไร่ละสองหมื่นบาท จำเลยรายที่โจทก์อ้างว่ายึดถือที่พิพาทมากที่สุดมีเนื้อที่ไม่เกินสามไร่ ซึ่งคำนวณเป็นจำนวนทุนทรัพย์ไม่ถึงสองแสนบาท จึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2174/2535วัดโชดทิมธารามโจทก์นายสุชาติ วิทยากิตติพงษ์ กับพวกจำเลยนายปราโมทย์ คชสุนทร ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า การพิจารณาทุนทรัพย์ในการฎีกาต้องพิจารณาทุนทรัพย์ของโจทก์จำเลยแต่ละคนในเมื่อเป็นมูลหนี้ที่แบ่งแยกกันได้ เมื่อคดีของโจทก์จำเลยแต่ละคนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่ถึงสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์มิได้แยกฟ้องจำเลยทั้งเก้าเป็นคนละสำนวนต่างหากจากกัน ฟ้องของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งเก้า ออกไปจากที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินแปลงหนึ่งอันไม่สามารถ แบ่งแยกได้ ถือได้ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ขอให้จำเลยทั้งเก้า คืนทรัพย์สินให้โจทก์รวมกันโดยมิได้แบ่งแยกกันจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 486)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินของจำเลยทั้งเก้าตามโฉนดเลขที่ 1369,1370,1371,412,620,408,680,11957,2147 ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดิน ตามโฉนดทั้งเก้าแปลงเป็นที่ดินศาสนสมบัติของวัดโขดทิมธาราม และพิพากษาให้เพิกถอนทำลายโฉนดทั้งเก้าแปลงดังกล่าว ของจำเลยทั้งเก้าให้จำเลยทั้งเก้าและบริวารขนย้ายทรัพย์สิน ของตนออกไปจากที่พิพาท และห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 477)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 481)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว หนี้ที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยทั้งเก้าเป็นหนี้อันอาจแบ่งแยกได้จึงต้องถือทุนทรัพย์แยกจากกันตามรายตัวจำเลย

โจทก์ประเมินราคาทุนทรัพย์ที่ดินโจทก์ไว้ไร่ละสองหมื่นบาท จำเลยรายที่โจทก์อ้างว่ายึดถือที่พิพาทมากที่สุดมีเนื้อที่ไม่เกินสามไร่ ซึ่งคำนวณเป็นจำนวนทุนทรัพย์ไม่ถึงสองแสนบาท จึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up