Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56945)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1และข้อ 1.1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ส่วนฎีกาจำเลยข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลจึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192ฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นปัญหาว่าศาลล่างใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 1.3 เป็นปัญหาว่าคดีนี้จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย เพียงสถานเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82)คำสั่งจำเลยฎีกาข้อ 1.1 อ้างว่าฟ้องโจทก์ต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณาที่ได้ความ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าระหว่างพิจารณาจำเลยยังครอบครองทางพิพาทและวินิจฉัยว่าตราบใดจำเลยยังครอบครองทางพิพาท ถือว่าจำเลยยังกระทำผิด จึงไม่มีข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เห็นว่าฎีกาของจำเลย โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง เป็นอย่างอื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (โดยที่จำเลยฎีกาอ้างว่าข้อ 1.3ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ถูกอยู่ตอนท้ายของข้อ 1.2 นั้น)ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะอันเป็นที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2166/2535พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่นโจทก์นายปั่น สาริกาจำเลยนายสืบสุข วิสุทธิกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 192ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยข้อ 1และข้อ 1.1 เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาจำเลยในส่วนนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ส่วนฎีกาจำเลยข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลจึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยฎีกาข้อ 1.1 เป็นปัญหาว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192ฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 เป็นปัญหาว่าศาลล่างใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมายและฎีกาข้อ 1.3 เป็นปัญหาว่าคดีนี้จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย เพียงสถานเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 80)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 82)คำสั่งจำเลยฎีกาข้อ 1.1 อ้างว่าฟ้องโจทก์ต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณาที่ได้ความ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าระหว่างพิจารณาจำเลยยังครอบครองทางพิพาทและวินิจฉัยว่าตราบใดจำเลยยังครอบครองทางพิพาท

ถือว่าจำเลยยังกระทำผิด จึงไม่มีข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เห็นว่าฎีกาของจำเลย โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง เป็นอย่างอื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนฎีกาข้อ 1.2 และข้อ 2 ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (โดยที่จำเลยฎีกาอ้างว่าข้อ 1.3ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ถูกอยู่ตอนท้ายของข้อ 1.2 นั้น)ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะอันเป็นที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

Supreme Court Judgment No. 11473/2557

แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจึงนำ…

Supreme Court Judgment No. 8750/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 182 กระทง เป็นจำคุก 364 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาต…

Supreme Court Judgment No. 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

Supreme Court Judgment No. 988/2551

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up