Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5694/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยเข้าโอบไหล่ผู้เสียหาย ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก กันมาก่อน ถือเป็นการลวนลามผู้เสียหายในทางเพศแล้ว เป็น ความผิดฐานกระทำอนาจาร แต่การกระทำอนาจารของจำเลยดังกล่าว เป็นเพียงการใช้มือโอบไหล่เท่านั้น ไม่น่าจะทำให้ผู้เสียหาย เสื่อมเสียหรือได้รับความอับอายมากนัก ทั้งไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตน เป็นพลเมืองดีโดย ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ แต่เห็นสมควร ลงโทษปรับจำเลยด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำอนาจาร ผู้เสียหายซึ่งมีอายุกว่าสิบห้าปี (17 ปี) โดยใช้กำลังประทุษร้ายจับมือและโอบไหล่ต่อหน้าธารกำนัล โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมแต่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และจำเลยใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยใช้มือตบบริเวณใบหน้า 1 ครั้ง ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 281, 391, 91จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา บิดามารดาของผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 ให้จำคุก 1 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 ให้จำคุก 1 เดือน คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

มีเหตุบรรเทาโทษเห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน 20 วันจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ประกอบมาตรา 281 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งสำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้เปลี่ยนเป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ขณะฝนกำลังตกอยู่ผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 17 ปี เดินข้ามถนนกลับบ้าน จำเลยกับนายสำรวย พานมะลิ เพื่อจำเลยซึ่งนั่งดื่มสุราอยู่ที่ร้านอาหารหนองหม้อริมถนนดังกล่าวเดินเข้าไปหาผู้เสียหาย แล้วชวนผู้เสียหายคุยโดยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จากนั้นจำเลยใช้มือตบผู้เสียหายที่หูซ้าย 1 ที จนผู้เสียหายล้มลง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายด้วยหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้มือโอบไหล่ผู้เสียหายด้วย พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ การที่จำเลยถือโอกาสเข้าไปโอบไหล่ผู้เสียหาย

ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จึงเป็นการลวนลามผู้เสียหายในทางเพศ เป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำอนาจารของจำเลยต่อผู้เสียหายเป็นเพียงการใช้มือโอบไหล่เท่านั้น ไม่น่าจะทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียหรือได้รับความอับอายมากนัก ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ แต่เห็นสมควรลงโทษปรับจำเลยด้วย"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

Matter details

Panel of judges
อำนวย เต้พันธ์ · อร่าม หุตางกูร · สุนทร สิทธิเวชวิจิตร
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up