คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าเพื่อใช้สำหรับยารักษาโรค ซึ่งโจทก์ปรุงจำหน่าย ชื่อยาผงพิเศษชมภูและได้นำไปขอจดทะเบียน แต่นายทะเบียนไม่ยอมจดให้ อ้างว่าเหมือนหรือคล้ายเครื่องหมายการค้าซึ่งจำเลยขอจดไว้แล้ว จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่เหมือนหรือคล้ายของจำเลยและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องคัดค้านหรือขัดขวางในการที่โจทก์จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีลักษณะคล้ายและเป็นการเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่จดทะเบียนไว้ เป็นการแสดงเจตนาไม่สุจริตพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาได้ปรึกษาในที่ประชุมใหญ่ โดยเอาเครื่องหมายการค้าตามตัวอย่างของโจทก์จำเลยเทียบกันดูแล้วเห็นว่า จริงอยู่ หากผู้ซื้อเอาซองยาทั้งสองชนิดมาเทียบเคียงกันก็พอจะเห็นได้ว่าผิดกันแต่ประชาชนผู้ซื้อโดยมากมักใช้ยาตามที่ได้ทราบชื่อมาว่ายาชื่อนั้นชื่อนี้มีคุณภาพดีอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไปหาซื้อตามที่ตนได้ทราบมาเมื่อยาของโจทก์จำเลยเป็นยาที่รักษาโรคอย่างเดียวกันเป็นยาผงโรยแผลเน่าเปื่อยพุพองเหมือนกัน บรรจุด้วยซองกระดาษขนาดเดียวกัน มีคำอธิบายสรรพคุณ และวิธีใช้เป็นภาษาไทยและภาษาจีนทำนองเดียวกัน โจทก์เพียงแต่แก้ถ้อยคำชื่อยาเพียงตัวเดียว คือคำว่า"วิ" เป็น "พ" อ่านแล้วคงเป็นว่า"วิเศษ" กับ "พิเศษ" เห็นได้ว่าอาจทำให้ประชาชนผู้ซื้อผิดหลงได้ง่าย ทำให้เห็นเจตนาของโจทก์ว่ามีเจตนาลวงให้ประชาชนผู้ซื้อผิดหลง ว่าเป็นยาขนานเดียวกันกับยาผงวิเศษของจำเลย ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงลงมติว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลย โจทก์จึงต้องแพ้คดีพิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์