Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56862)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คไปวางต่อสำนักงาน วางทรัพย์รวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และได้แจ้ง ต่อเจ้าพนักงานขอสละสิทธิ์ถอนการวางทรัพย์ทั้งหมดไว้แล้ว ถือว่าคดีเลิกกัน โปรด งด การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา จำหน่ายคดี ออกจากสารบบความหมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วในวัน นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาและแถลงคัดค้านปรากฏตามรายงาน กระบวนพิจารณา (อันดับ 80)คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกสำนวน ละ 1 ปี คำเบิกความของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอย่างมากปรานีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 3 สำนวนละ 8 เดือน ฯลฯจำเลยที่ 3 ฎีกา (อันดับ 71 แผ่นที่ 2)ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จส่งไปศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟังก่อนอ่านจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้งดการอ่าน(อันดับ 72) ศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อสอบถาม ถึงวันนัดผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้านคำร้อง ของ จำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป (อันดับ 75)ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 76)ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ก่อนอ่าน จำเลยที่ 3ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 79) สำเนาให้ทนายโจทก์ทั้งสามทนายโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยให้ส่งสำนวนและคำพิพากษากลับคืนศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัยตามคำร้อง ของ จำเลยที่ 3 และคำคัดค้านของทนายโจทก์ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คทั้งสองสำนวนพร้อมด้วยดอกเบี้ยไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสามบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ และจำเลยที่ 3 ได้แสดงต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางว่าตนยอมสละสิทธิที่จะถอนโจทก์ทั้งสาม คัดค้านเพียงว่า ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งว่าหนี้ตามเช็คยังไม่สิ้นผล ผูกพันโดยเด็ดขาด คดีจึงยังไม่เลิกกันโดยมิได้โต้แย้งการ วางทรัพย์ดังกล่าว คดีจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ได้วางทรัพย์ อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้เพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็น เจ้าหนี้แล้ว จำเลยที่ 3 ย่อมหลุดพ้นจากหนี้ตามเช็คนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 อันเป็นหนี้ที่ได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ถือว่าคดีเลิกกันตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ให้จำหน่ายคดี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1933 - 1934/2535นายยงยุทธ เรืองเลิศศิลป์โจทก์บริษัทเค.แอนด์ ดี.พร็อพเพอร์ตี ดีเว็ลลัพเม้นท์ จำกัดจำเลยกับพวกจำเลยนายดนัย ปัจจักขภัติ จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 39ความว่า จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คไปวางต่อสำนักงาน วางทรัพย์รวมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และได้แจ้ง ต่อเจ้าพนักงานขอสละสิทธิ์ถอนการวางทรัพย์ทั้งหมดไว้แล้ว ถือว่าคดีเลิกกัน โปรด งด การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา จำหน่ายคดี ออกจากสารบบความหมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วในวัน นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาและแถลงคัดค้านปรากฏตามรายงาน กระบวนพิจารณา (อันดับ 80)

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 3 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกสำนวน ละ 1 ปี คำเบิกความของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอย่างมากปรานีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 3 สำนวนละ 8 เดือน ฯลฯจำเลยที่ 3 ฎีกา (อันดับ 71 แผ่นที่ 2)ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จส่งไปศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟังก่อนอ่านจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้งดการอ่าน(อันดับ 72) ศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อสอบถาม ถึงวันนัดผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้านคำร้อง ของ จำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป (อันดับ 75)ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 76)ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ก่อนอ่าน

จำเลยที่ 3ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 79) สำเนาให้ทนายโจทก์ทั้งสามทนายโจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยให้ส่งสำนวนและคำพิพากษากลับคืนศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัยตามคำร้อง ของ จำเลยที่ 3 และคำคัดค้านของทนายโจทก์ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 3 ได้นำเงินตามเช็คทั้งสองสำนวนพร้อมด้วยดอกเบี้ยไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าหนี้ โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสามบอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้ และจำเลยที่ 3 ได้แสดงต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางว่าตนยอมสละสิทธิที่จะถอนโจทก์ทั้งสาม คัดค้านเพียงว่า ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งว่าหนี้ตามเช็คยังไม่สิ้นผล ผูกพันโดยเด็ดขาด คดีจึงยังไม่เลิกกันโดยมิได้โต้แย้งการ วางทรัพย์ดังกล่าว คดีจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ได้วางทรัพย์

อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไว้เพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามผู้เป็น เจ้าหนี้แล้ว จำเลยที่ 3 ย่อมหลุดพ้นจากหนี้ตามเช็คนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 อันเป็นหนี้ที่ได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ถือว่าคดีเลิกกันตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ให้จำหน่ายคดี

Matter details

Panel of judges
เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

Supreme Court Judgment No. 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up