Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56831)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า จำเลยทั้งสองมาศาลแต่ไม่ได้ชักค้านโต้แย้งในประเด็นเรื่องค่าเสียหายในขณะที่ศาลดำเนินการสืบพยานโจทก์แล้วศาลได้พิพากษาค่าเสียหายของโจทก์ให้ได้รับน้อยกว่าความเป็นจริง จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 15)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินจำนวน148,728 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 12)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 13)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าที่โจทก์อ้างว่าถ้ารถบรรทุกคันที่เกิดเหตุที่โจทก์เช่ามานั้นไม่เกิดอุบัติเหตุแล้วโจทก์จะมีรายได้สุทธิจากรถคันนี้วันละ 626 บาท เมื่อโจทก์ต้องเสียเวลาซ่อมรถบรรทุกคันนี้ถึง 91 วัน ทำให้โจทก์ขาดรายได้เป็นเงิน 52,966 บาทนั้นโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่ารถบรรทุกคันนี้มีรายได้ทุกวันเอกสารหมาย จ.9 เป็นการคำนวณว่าควรจะมีรายได้เท่าใดเท่านั้น จึงเห็นควรกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน 10,000บาท โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์เสียหายส่วนนี้จริงตามเอกสารหมาย จ.9 แม้จะอ้างด้วยว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานเข้าสืบหักล้าง ก็เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ มา นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1596/2535องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พโจทก์นายรส ฤทธิกลาง กับพวกจำเลยองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า จำเลยทั้งสองมาศาลแต่ไม่ได้ชักค้านโต้แย้งในประเด็นเรื่องค่าเสียหายในขณะที่ศาลดำเนินการสืบพยานโจทก์แล้วศาลได้พิพากษาค่าเสียหายของโจทก์ให้ได้รับน้อยกว่าความเป็นจริง จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 15)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินจำนวน148,728 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 12)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 13)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าที่โจทก์อ้างว่าถ้ารถบรรทุกคันที่เกิดเหตุที่โจทก์เช่ามานั้นไม่เกิดอุบัติเหตุแล้วโจทก์จะมีรายได้สุทธิจากรถคันนี้วันละ 626 บาท เมื่อโจทก์ต้องเสียเวลาซ่อมรถบรรทุกคันนี้ถึง 91 วัน ทำให้โจทก์ขาดรายได้เป็นเงิน 52,966 บาทนั้นโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่ารถบรรทุกคันนี้มีรายได้ทุกวันเอกสารหมาย จ.9 เป็นการคำนวณว่าควรจะมีรายได้เท่าใดเท่านั้น จึงเห็นควรกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน 10,000บาท

โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์เสียหายส่วนนี้จริงตามเอกสารหมาย จ.9 แม้จะอ้างด้วยว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานเข้าสืบหักล้าง ก็เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ มา นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · สมมาตร พรหมานุกูล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up