Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56582)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,391,83,91 ที่แก้ไขแล้ว เป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 265อันเป็นบทหนัก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวมสองกระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการ พิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 5,716.75 บาท แก่กรมชลประทาน ผู้เสียหายจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 128)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 135)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน แล้วเชื่อว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจกับบุคคลที่ปลอมลายมือชื่อ ของบุคคลอื่นเพื่อรับเงินไปจากผู้เสียหาย ถือว่าจำเลยมีเจตนา ทุจริต จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้รู้เห็นเป็นใจ ถือไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาทุจริต ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้เถียง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อที่ว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจ กับบุคคลที่ปลอมลายมือชื่อของผู้อื่นหรือไม่ เป็นสำคัญอันเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 338/2535พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายวิโรจน์ สีดาวจำเลยนายวิโรจน์ สีดาว จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,391,83,91 ที่แก้ไขแล้ว เป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 265อันเป็นบทหนัก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวมสองกระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการ

พิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 5,716.75 บาท แก่กรมชลประทาน ผู้เสียหายจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 128)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 135)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน แล้วเชื่อว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจกับบุคคลที่ปลอมลายมือชื่อ ของบุคคลอื่นเพื่อรับเงินไปจากผู้เสียหาย ถือว่าจำเลยมีเจตนา ทุจริต จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้รู้เห็นเป็นใจ ถือไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาทุจริต ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้เถียง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อที่ว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจ กับบุคคลที่ปลอมลายมือชื่อของผู้อื่นหรือไม่ เป็นสำคัญอันเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · พรชัย สมรรถเวช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up