Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56571)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น และเป็นข้อกฎหมายในสาระสำคัญในประเด็นของคดีสมควรที่ศาลสูงจะได้พิจารณาวินิจฉัย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336(ที่ถูก 336 วรรคแรก)ประกอบด้วยมาตรา 80 และ มาตรา 366 ทวิ ให้จำคุก 4 ปี 12 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 37 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38)คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยใช้มือดึงสายสะพาย กระเป๋าของผู้เสียหาย ผู้เสียหายแย่งคืนได้จำเลยจึงขับรถหลบหนีไป จำเลยมีความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ตามฟ้อง จำเลยฎีกาโดยยกเหตุผลต่าง ๆขึ้นเป็นข้อฎีการวมทั้งอ้างเหตุผลว่าล่ามผู้แปลคำเบิกความของผู้เสียหายเป็นผู้ร่วมรู้เห็นเหตุการณ์ในคดีด้วย จึงรับฟังไม่ได้ และสรุปว่า ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ ยังฟังไม่ได้ปรากฎชัดว่าจำเลยได้ลงมือฉกฉวยกระเป๋าของผู้เสียหาย จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยลงมือกระทำผิดตามฟ้องเป็นการฎีกาดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 277/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายเสงี่ยม ต้องใจจำเลยนายเสงี่ยม ต้องใจ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น และเป็นข้อกฎหมายในสาระสำคัญในประเด็นของคดีสมควรที่ศาลสูงจะได้พิจารณาวินิจฉัย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336(ที่ถูก 336 วรรคแรก)ประกอบด้วยมาตรา 80 และ มาตรา 366 ทวิ ให้จำคุก 4 ปี 12 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 37 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 38)คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยใช้มือดึงสายสะพาย กระเป๋าของผู้เสียหาย ผู้เสียหายแย่งคืนได้จำเลยจึงขับรถหลบหนีไป จำเลยมีความผิดฐานพยายามวิ่งราวทรัพย์ตามฟ้อง

จำเลยฎีกาโดยยกเหตุผลต่าง ๆขึ้นเป็นข้อฎีการวมทั้งอ้างเหตุผลว่าล่ามผู้แปลคำเบิกความของผู้เสียหายเป็นผู้ร่วมรู้เห็นเหตุการณ์ในคดีด้วย จึงรับฟังไม่ได้ และสรุปว่า ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ ยังฟังไม่ได้ปรากฎชัดว่าจำเลยได้ลงมือฉกฉวยกระเป๋าของผู้เสียหาย จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยลงมือกระทำผิดตามฟ้องเป็นการฎีกาดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ตัน เวทไว · ชวลิต ทรายภู่
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up