เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าเรือแร่ 11 ของโจทก์เพื่อทำการบรรทุกสิ่งของต่าง ๆ และใช้ลากจูงเรือลำเลียง จำเลยที่ 1 ได้เอาข้าวสารบรรทุกเรือแร่ 11 และใช้เรือแร่ 11 ลากจูงเรืออำนวยโชคชัย ซึ่งบรรทุกข้าวสารด้วย เพื่อไปส่งลงเรือเดินทะเลที่เกาะสีชัง ก่อนถึงเกาะสีชังทะเลมีคลื่นลมจัด น้ำเข้าเรือทำให้เรือแร่ 11 และเรืออำนวยโชคชัยจม โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเรือแร่11 ค่าเช่าเรือและค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้เช่า จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยให้การว่า เรือแร่ 11 จมโดยเหตุสุดวิสัยเพราะเกิดมรสุมหนักผิดปกติ จำเลยไม่ต้องรับผิดศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่าข้อ 5 มีความว่า
"ข้อรับผิดชอบในความเสียหายอันจะเกิดจากวัตถุแห่งการเช่า คือตัวเรือและเครื่องยนต์ตลอดจนอุปกรณ์ผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า (เว้นแต่จะสึกหรอโดยปกติของการใช้)" นั้น เห็นได้ว่า คู่สัญญามิได้ประสงค์ จะให้ผู้เช่าต้องรับผิดนอกเหนือไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยในคดีนี้จะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็แต่ในกรณีที่เป็นความผิดของฝ่ายจำเลยดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ปัญหาว่า เรือแร่ 11 จมเพราะความประมาทเลินเล่อของฝ่ายจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาฟังว่า การที่เรือแร่ 11 จมลงนี้เนื่องจากคลื่นลมจัดผิดปกติอันเป็นเหตุสุดวิสัย จะถือเป็นความผิดของจำเลยไม่ได้
Result
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์