Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56484)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจาก ผู้พิพากษาไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งฎีกาในข้อ 3.1 โจทก์ได้ฎีกาในประเด็นที่ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 อันจะใช้ยันต่อโจทก์ และฎีกาในข้อ 3.2 โจทก์ได้ ฎีกาในประเด็นที่ว่าการครอบครองในที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย เพราะจำเลยไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 10 ปี โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของอันจะเข้าหลักเกณฑ์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลชั้นต้นได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยแล้วแต่ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 167) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวน เรียกนายขำ สะไบบาง ว่าจำเลยทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1257 ตำบลศาลาแดงอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เฉพาะส่วนภายในเส้นสีดำเขียวตามแผนที่พิพาทเนื้อที่จำนวน 2 งาน 59 ตารางวา(0-2-59 ไร่) ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายขำ สะไบบาง จำเลยโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ห้ามนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวอีกต่อไป ให้โจทก์ไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวให้แก่จำเลย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่น ๆ นอกจากนี้ตามคำฟ้องทั้งสองสำนวนให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 156) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 163) คำสั่ง ที่โจทก์ฎีกาในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะยึดถือที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลย จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2255 - 2256/2536นายท้อ เจียมบุรเศรษฐ์โจทก์นายขำ สะไบบางจำเลยนายท้อ เจียมบุรเศรษฐ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจาก ผู้พิพากษาไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งฎีกาในข้อ 3.1 โจทก์ได้ฎีกาในประเด็นที่ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 อันจะใช้ยันต่อโจทก์ และฎีกาในข้อ 3.2 โจทก์ได้ ฎีกาในประเด็นที่ว่าการครอบครองในที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย เพราะจำเลยไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากกว่า 10 ปี โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของอันจะเข้าหลักเกณฑ์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เป็นข้อกฎหมาย

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลชั้นต้นได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยแล้วแต่ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 167) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ ว่าโจทก์ทั้งสองสำนวน เรียกนายขำ สะไบบาง ว่าจำเลยทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1257 ตำบลศาลาแดงอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เฉพาะส่วนภายในเส้นสีดำเขียวตามแผนที่พิพาทเนื้อที่จำนวน 2 งาน 59 ตารางวา(0-2-59 ไร่) ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายขำ สะไบบาง จำเลยโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ห้ามนายท้อเจียมบุรเศรษฐ์ โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวอีกต่อไป ให้โจทก์ไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวให้แก่จำเลย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คำขออื่น ๆ นอกจากนี้ตามคำฟ้องทั้งสองสำนวนให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 156) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 163) คำสั่ง ที่โจทก์ฎีกาในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ว่า ระยะเวลาการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะยึดถือที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลย จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทก็ดี เป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมชัย ศิริบุตร · สวรรค์ ศักดารักษ์ · สันติ ทักราล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up