Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56468)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังมา เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ที่โจทก์ฟ้องจำเลยตามสัญญาซื้อขายที่ดินอันเป็นที่ที่มีเจ้าของรวม อันเป็นการขายตัวทรัพย์ซึ่งรวมถึงส่วนที่มิใช่เป็นของจำเลยด้วย จึงต้องได้รับความยินยอมจาก เจ้าของรวมทุกคนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 เมื่อเจ้าของรวมมิได้ถูกฟ้องหรือเข้ามาเป็นคู่ความด้วย ผลของการบังคับคดีย่อมไม่ผูกพันเจ้าของรวมซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ศาลจึงไม่อาจบังคับจำเลยตามคำขอของโจทก์ได้ อันเป็นปัญหา เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามนัยคำพิพากษาฎีกา ที่ 4134/2529 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก)เลขที่391หมู่ที่9 ตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เฉพาะส่วนของจำเลยเป็นเนื้อที่ 4 ไร่ ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของสิทธิภายในกำหนด30 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ไปดำเนินการภายในกำหนด ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาท (อันดับ 89) คำสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคแรกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งย่อมมีสิทธิจำหน่ายที่ดินส่วนของตนได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่นก่อน คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนของตนตามสัญญาซื้อขายให้โจทก์ คำพิพากษามิได้บังคับถึงบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความ คำพิพากษาจึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว ที่จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า จำเลย ขายที่ดินให้โจทก์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคน สัญญาซื้อขายจึงไม่มีผลตามกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของ จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2218/2536นายมนัส รักเกลี้ยงโจทก์นางกัญญาหรือกันยา รักเกลี้ยงหรือมะลิชื่นจำเลยนายชิงชัย รัตนพัฒน์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังมา เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ที่โจทก์ฟ้องจำเลยตามสัญญาซื้อขายที่ดินอันเป็นที่ที่มีเจ้าของรวม อันเป็นการขายตัวทรัพย์ซึ่งรวมถึงส่วนที่มิใช่เป็นของจำเลยด้วย จึงต้องได้รับความยินยอมจาก เจ้าของรวมทุกคนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 เมื่อเจ้าของรวมมิได้ถูกฟ้องหรือเข้ามาเป็นคู่ความด้วย ผลของการบังคับคดีย่อมไม่ผูกพันเจ้าของรวมซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ศาลจึงไม่อาจบังคับจำเลยตามคำขอของโจทก์ได้

อันเป็นปัญหา เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามนัยคำพิพากษาฎีกา ที่ 4134/2529 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก)เลขที่391หมู่ที่9 ตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เฉพาะส่วนของจำเลยเป็นเนื้อที่ 4 ไร่ ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของสิทธิภายในกำหนด30 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ไปดำเนินการภายในกำหนด ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์ภาค 3

Result

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาท (อันดับ 89) คำสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคแรกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งย่อมมีสิทธิจำหน่ายที่ดินส่วนของตนได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่นก่อน คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนของตนตามสัญญาซื้อขายให้โจทก์ คำพิพากษามิได้บังคับถึงบุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความ คำพิพากษาจึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว ที่จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า จำเลย ขายที่ดินให้โจทก์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคน สัญญาซื้อขายจึงไม่มีผลตามกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของ จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ปราโมทย์ ชพานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

Supreme Court Judgment No. 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

Supreme Court Judgment No. 2496/2563

ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและม…

Supreme Court Judgment No. 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up