Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56453)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมาย คือ เมื่อ จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี จำเลย ย่อมได้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอย่างชัดแจ้งและเป็นสาระสำคัญแห่งคดี ทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และศาลอุทธรณ์พิพากษาเปลี่ยนแปลงแก้ไขจากศาลชั้นต้น ไม่เป็นการแก้ไขเล็กน้อยอันต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า โจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทคนละครึ่งในการแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ให้แบ่งในระหว่างกันเองก่อน ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ให้ประมูลในระหว่างกันเอง ถ้าไม่ตกลงกันอีก ให้ขายทอดตลาด ในกรณีที่มีการประมูลระหว่างกันเองหรือขายทอดตลาดก่อนจะดำเนินการดังกล่าว ให้ตีราคาบ้านที่ฝ่ายจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทเสียก่อน แล้วจึงนำราคาบ้านมาหักออกจากราคาที่ดิน เหลือเงินสุทธิเท่าใดจึงทำการแบ่งคนละครึ่งจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 157)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 161)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทของพระยาพิสูตรจีนชาติ จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานของจำเลยที่นำสืบฟังได้ว่า บิดามารดาของจำเลยตลอดจนจำเลยมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนพระยาพิสูตรจีนชาติและทายาท แต่จำเลยครอบครองที่พิพาทโดยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อราคา ทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2173/2536นางจรูญ สวัสดิ์บุรี กับพวกโจทก์นายบุญส่ง ยนศิริจำเลยนายบุญส่ง ยนศิริ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมาย คือ เมื่อ จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี จำเลย ย่อมได้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอย่างชัดแจ้งและเป็นสาระสำคัญแห่งคดี ทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และศาลอุทธรณ์พิพากษาเปลี่ยนแปลงแก้ไขจากศาลชั้นต้น ไม่เป็นการแก้ไขเล็กน้อยอันต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า

โจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทคนละครึ่งในการแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ให้แบ่งในระหว่างกันเองก่อน ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ให้ประมูลในระหว่างกันเอง ถ้าไม่ตกลงกันอีก ให้ขายทอดตลาด ในกรณีที่มีการประมูลระหว่างกันเองหรือขายทอดตลาดก่อนจะดำเนินการดังกล่าว ให้ตีราคาบ้านที่ฝ่ายจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทเสียก่อน แล้วจึงนำราคาบ้านมาหักออกจากราคาที่ดิน เหลือเงินสุทธิเท่าใดจึงทำการแบ่งคนละครึ่งจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 157)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 161)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทของพระยาพิสูตรจีนชาติ จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานของจำเลยที่นำสืบฟังได้ว่า

บิดามารดาของจำเลยตลอดจนจำเลยมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนพระยาพิสูตรจีนชาติและทายาท แต่จำเลยครอบครองที่พิพาทโดยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อราคา ทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชลอ บุณยเนตร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมชาย รังสิกรรพุม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up