Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56442)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ (ที่ถูกน่าจะเป็นจำเลย) เป็นการฎีกา ในข้อเท็จจริง เมื่อเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง และฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการยึดถือ ครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยมิได้เป็นการครอบครองแทนโจทก์ แต่เป็นการครอบครองเพื่อตนเองมาตลอด จะเป็นการได้สิทธิ โดยครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ที่ 14 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีและบ้านไม่มีเลขที่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่จำเลยได้สร้างขึ้นใหม่ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 4665 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 82)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองการที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ตามคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองแต่ครอบครองเพื่อตนนั้น เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยจึงต้องห้ามตาม บทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2140/2536นายอ้น สุคนธมัติ กับพวกโจทก์นายชม มาลาจำเลยนายชม มาลา จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ (ที่ถูกน่าจะเป็นจำเลย) เป็นการฎีกา ในข้อเท็จจริง เมื่อเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง และฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการยึดถือ ครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยมิได้เป็นการครอบครองแทนโจทก์ แต่เป็นการครอบครองเพื่อตนเองมาตลอด

จะเป็นการได้สิทธิ โดยครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ที่ 14 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีและบ้านไม่มีเลขที่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่จำเลยได้สร้างขึ้นใหม่ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 4665 ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 82)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท

ย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองการที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ตามคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองแต่ครอบครองเพื่อตนนั้น เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยจึงต้องห้ามตาม บทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ประดิษฐ์ เอกมณี · ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up