Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5638/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พฤติการณ์ของจำเลยที่กล่าวหาว่าโจทก์มีชู้ โดยที่คาดคะเนหรือสันนิษฐานเอาเอง แล้วด่าว่าโจทก์ถึงเหตุนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานและต่อหน้าพนักงานสอบสอน จึงเป็นการหมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง ทั้งการที่จำเลยได้ส่งเอกสารต่าง ๆ ด่าว่าโจทก์ไปให้โจทก์และบุคคลอื่นทางไปรษณีย์ กับส่งทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยทำลายแล้วไปให้โจทก์ เป็นการประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(2)(3)(เดิม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพิษณุโลกกล่าวหาว่าโจทก์เป็นชู้ กับนายสุเมนะ หลังจากนั้นจำเลยหาสาเหตุทะเลาะกับโจทก์ จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เข้าบ้าน และจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์ และมารดาโจทก์ว่า โจทก์เป็นคนสำส่อนชอบเปลี่ยนผู้ชาย ส่วนมารดาโจทก์เป็นคนไม่ดี โดยส่งจดหมายมีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งญาติพี่น้องของโจทก์ทั้งยังร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ให้ตั้งกรรมการสอบสวน โดยกล่าวหาว่าโจทก์มีชู้ ทำให้โจทก์เสียหายได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรงได้รับความดูถูกเกลียดชังจากเพื่อนร่วมงาน

ผู้บังคับบัญชาและญาติพี่น้อง การกระทำของจำเลยเป็นการประพฤติชั่ว ทำให้โจทก์เดือดร้อนเกินควร และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา ขอให้พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนหย่าขาดจากโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนหย่าให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยส่งมอบบ้านเลขที่ 30/53 อาคาร 1 ซอยคชเสนีย์ แขวงสามเสนในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องต่อไปจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้แสดงการก้าวร้าวอาฆาตโจทก์จำเลยรักและห่วงใยโจทก์จึงหึงหวงแต่ไม่เกินขอบเขต โจทก์ชอบแสดงตนว่าเป็นคนโสด คบผู้ชายและแสดงอาการเบื่อหน่าย จำเลย โจทก์เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดพิษณุโลกกับนายสุเมนะสองคนโดยรถยนต์ส่วนตัวตั้งแต่เวลา 10 นาฬิกา แต่ไปถึงจังหวัดพิษณุโลกในวันรุ่งขึ้นจำเลยถามโจทก์ถึงสาเหตุที่ล่าช้า

โจทก์กลับโกรธและอ้างว่ารถยนต์เสียต้องค้างคืนที่จังหวัดนครสวรรค์ จำเลยจึงสงสัยว่าโจทก์จะเป็นชู้กับนายสุเมนะ ที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจก็เพื่อเป็นหลักฐานและป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงของจำเลยจำเลยไม่เคยห้ามโจทก์เข้าบ้าน หากแต่โจทก์ไม่ยอมไปหาจำเลยเอง จำเลยไม่ได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือมารดาของโจทก์ เหตุที่จำเลยร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ ก็เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาว่ากล่าวตักเตือนเพื่อให้โจทก์กลับมาอยู่กินฉันสามีภริยากันต่อไปขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ส่วนคำขอให้จำเลยส่งมอบบ้านแก่โจทก์ โจทก์ไม่ติดใจคำขอส่วนนี้จึงให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า

จำเลยได้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์และแม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 ว่า โจทก์มีชู้ กับนายสุเมนะขอให้ดำเนินการกับโจทก์ผู้ใต้บังคับบัญชาตามระเบียบของข้าราชการพลเรือนตามกฎหมาย โดยจำเลยพร้อมที่จะมาให้ถ้อยคำรายละเอียดด้วยตนเอง ข้อความดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยยืนยันให้ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทำการสอบสวนทางวินัยแก่โจทก์จนถึงที่สุดและจำเลยได้ส่งไปรษณียบัตรไปยังพันโทอนุสรณ์ คชรัตน์ ที่จังหวัดพิษณุโลกพร้อมภาพถ่าย กล่าวหาโจทก์และนายสุเมนะว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน กับได้กล่าวร้ายใส่ความโจทก์โดยส่งจดหมายพร้อมภาพถ่ายไปยังพี่สาวโจทก์ และหลานสาวโจทก์ส่งจดหมายด่าโจทก์ทางไปรษณีย์ ทำลายภาพถ่ายประวัติการป่วยและมรณบัตรมารดาของโจทก์ แล้วส่งให้โจทก์ทางพัสดุภัณฑ์

ทำลายประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของโจทก์ เอาสร้อยคอทองคำจี้ทองคำของโจทก์ไป ส่วนของใช้ส่วนตัว เช่น เสื้อผ้า เข็มขัดกระเป๋าถือ จำเลยใช้มีดสับทิ้ง แล้วส่งทางไปรษณีย์ไปให้โจทก์ที่จังหวัดพิษณุโลกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งส่งไปให้พี่สาวโจทก์ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าพฤติการณ์ของจำเลยที่กล่าวหาว่าโจทก์มีชู้โดยที่คาดคะเนหรือสันนิษฐานเอาเอง แล้วได้ด่าว่าโจทก์ถึงเหตุนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน และต่อหน้าพนักงานสอบสวน จึงเป็นการหมิ่นประมาทเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง ทั้งการที่จำเลยได้ส่งเอกสารต่าง ๆ ด่าว่าโจทก์ไปให้โจทก์ และบุคคลอื่นทางไปรษณีย์กับส่งทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยทำลายแล้วไปให้โจทก์การกระทำของจำเลยเป็นการประพฤติชั่วเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(2)(3) เดิมพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · ปรีชา นาคพันธุ์ · ระพินทร บรรจงศิลป
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1303/2568

จำเลยฎีกาว่า บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวตามเอกสารหมาย จ. 13 ข้อ 4 ความว่า "หากผู้ให้สัญญาทำร้ายร่างกายผู้รับสัญญา หรือบุคคลในครอบครัวคนหนึ่งคนใด ผู้ให้สัญญาขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับ…

Supreme Court Judgment No. 2109/2567

สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูหาใช่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฟ้องหย่าไม่ เมื่อฝ่ายภริยาคือจำเลยไม่ได้ทำงานประจำและมีรายได้ไม่แน่นอนย่อมเป็นฝ่ายที่ควรได้รับการอุปการะเลี้ยงดู แต่ไม่ได้รับการอุปการะเล…

Supreme Court Judgment No. 451/2567

เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจ…

Supreme Court Judgment No. 4977/2565

จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญการพิเศษโดยยกฟ้องโจทก์ คดีมีประเด็นตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่…

Supreme Court Judgment No. 4969/2565

การเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้ร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up