Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56362)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีของโจทก์ ทั้งสองมีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท และปรากฏว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาไม่ได้รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาในข้อ 2 ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้คดีของโจทก์ชนะคดีได้และโจทก์ได้ยกขึ้น ว่ากล่าวมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบ ขัดต่อกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อกฎหมาย ในข้อ 2 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 248)คดีทั้งสองสำนวนนี้ (คดีหมายเลขแดงที่ 378/2533 และคดี หมายเลขแดงที่ 379/2533) ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา เข้าด้วยกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 377/2533 โดยเรียกจำเลย ในสำนวนแรก (คดีหมายเลขแดงที่ 377/2533) ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2ในสำนวนที่ 3(คดีหมายเลขแดงที่ 379/2533) ว่าจำเลยที่ 1เรียกจำเลยในสำนวนที่ 2(คดีหมายเลขแดงที่ 378/2533)ว่าจำเลยที่ 2 และเรียกจำเลยที่ 1 ในสำนวนที่ 3 ว่าจำเลยที่ 3 ส่วนโจทก์ทั้งสามสำนวนเป็นบุคคลเดียวกันยังคงเรียกโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ตามเดิม แต่คดีหมายเลขแดงที่ 377/2533 ถึงที่สุดไปแล้วศาลชั้นต้นพิพากษา ให้ขับไล่จำเลยที่ 2 และบริวาร ออกไปจากที่ดินพิพาทแปลงที่สอง และให้ขับไล่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทแปลงที่สาม ห้ามจำเลยทั้งสามเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 3,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินเดือนละ 50 บาท นับแต่ วันฟ้อง (วันที่ 29 กันยายน 2531) จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3และบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท แปลงที่สามเสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 378/2533 และสำนวนคดี หมายเลขแดงที่ 379/2533 ของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกา และทนายโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีและศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 235,234)ทนายโจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 242)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าโจทก์มิได้ สละการครอบครองที่ดินพิพาทเพราะโจทก์เสียภาษีบำรุงท้องที่ ทุก ๆ ปี จำเลยไม่เคยเสียภาษีบำรุงท้องที่และไม่ได้แสดงเจตนา ที่เป็นปรปักษ์ในที่ดินพิพาทหรือเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ การที่โจทก์เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ ทั้งสองสละการครอบครองที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงอันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1607 - 1608/2536นายเลิง มุทาพร กับพวกโจทก์นายห่ม นิ้วทองจำเลยนายรวมพล เครื่องทองดี ทนายโจทก์ทั้งสองผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีของโจทก์ ทั้งสองมีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท และปรากฏว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาไม่ได้รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาในข้อ 2 ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นสาระสำคัญที่จะทำให้คดีของโจทก์ชนะคดีได้และโจทก์ได้ยกขึ้น ว่ากล่าวมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบ ขัดต่อกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อกฎหมาย ในข้อ 2 ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 248)คดีทั้งสองสำนวนนี้ (คดีหมายเลขแดงที่ 378/2533 และคดี

หมายเลขแดงที่ 379/2533) ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษา เข้าด้วยกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 377/2533 โดยเรียกจำเลย ในสำนวนแรก (คดีหมายเลขแดงที่ 377/2533) ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2ในสำนวนที่ 3(คดีหมายเลขแดงที่ 379/2533) ว่าจำเลยที่ 1เรียกจำเลยในสำนวนที่ 2(คดีหมายเลขแดงที่ 378/2533)ว่าจำเลยที่ 2 และเรียกจำเลยที่ 1 ในสำนวนที่ 3 ว่าจำเลยที่ 3 ส่วนโจทก์ทั้งสามสำนวนเป็นบุคคลเดียวกันยังคงเรียกโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ตามเดิม แต่คดีหมายเลขแดงที่ 377/2533 ถึงที่สุดไปแล้วศาลชั้นต้นพิพากษา ให้ขับไล่จำเลยที่ 2 และบริวาร ออกไปจากที่ดินพิพาทแปลงที่สอง และให้ขับไล่จำเลยที่ 1 ที่ 3 และบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทแปลงที่สาม ห้ามจำเลยทั้งสามเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 3,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินเดือนละ 50 บาท นับแต่ วันฟ้อง (วันที่ 29 กันยายน 2531) จนกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3และบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท แปลงที่สามเสร็จสิ้นศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษากลับว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 378/2533 และสำนวนคดี หมายเลขแดงที่ 379/2533 ของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกา และทนายโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีและศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 235,234)ทนายโจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 242)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าโจทก์มิได้ สละการครอบครองที่ดินพิพาทเพราะโจทก์เสียภาษีบำรุงท้องที่ ทุก ๆ ปี จำเลยไม่เคยเสียภาษีบำรุงท้องที่และไม่ได้แสดงเจตนา ที่เป็นปรปักษ์ในที่ดินพิพาทหรือเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ การที่โจทก์เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ ทั้งสองสละการครอบครองที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงอันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up