Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56336)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และทาวน์เฮาส์ พิพาทมีค่าเช่าได้ ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 559เรื่องกำหนดเวลาชำระค่าเช่า เรื่องสถานที่ชำระค่าเช่าตามมาตรา 324 และเรื่องการชำระหนี้จะต้องทำอย่างไร ตามมาตรา 331 และมาตรา 333 กับประเด็นเรื่องคำวินิจฉัยของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(2) หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนี้ โจทก์ได้หยิบยกขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้นำมาพิจารณาวินิจฉัยให้โจทก์โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 83)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยและบริวารออกไป จากทาวน์เฮาส์ห้องเลขที่1379/51ซอยประดิษฐ์ชัยถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าภาษีโรงเรือน จำนวน 8,660 บาท พร้อม ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระ เสร็จและให้ชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 8,000 บาท นับจากวันฟ้อง จนกว่าส่งมอบทาวน์เฮาส์ คืนแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 79)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ถือกำหนด ระยะเวลาชำระค่าเช่าเป็นเด็ดขาดว่าต้องชำระค่าเช่าตามกำหนดในสัญญา เมื่อจำเลยชำระค่าเช่าหลังวันที่กำหนดในสัญญาจึงยังไม่ถือว่า จำเลยผิดนัดอันจะถือว่าสัญญาเช่าเลิกกัน และฟังว่า โจทก์ไปเก็บค่าเช่ารายเดือนจากจำเลยยังสถานที่เช่าของจำเลยตลอดมา แต่ต่อมาโจทก์ไม่ไปเก็บ ครั้นเมื่อจำเลยนำเงิน ไปชำระโจทก์ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ จำเลยต้องนำเงินไปวางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง จะถือว่าจำเลยผิดนัดอันเป็นเหตุให้ โจทก์บอกเลิกสัญญาหาได้ไม่ โจทก์ฎีกาว่า เมื่อโจทก์จำเลยตกลง กำหนดระยะเวลาชำระค่าเช่ากันไว้ในสัญญาชัดแจ้งแล้ว จำเลยต้อง ชำระค่าเช่าให้ตรงตามกำหนดในสัญญา การที่ศาลอุทธรณ์รับฟัง พยานบุคคลมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขกำหนดระยะเวลาชำระค่าเช่า ตามสัญญา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(2) และโจทก์ฎีกาว่า ในกรณีที่สัญญาเช่าไม่ได้กำหนด สถานที่ชำระค่าเช่าไว้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 324 กำหนดให้ชำระ ณ ภูมิลำเนาของเจ้าหนี้คือผู้ให้เช่า การที่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์มีหน้าที่ไปเก็บค่าเช่าจากจำเลย เมื่อ โจทก์ไม่ไปเก็บค่าเช่าจะถือว่าจำเลยผิดนัดอันเป็นเหตุให้โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าหาได้ไม่ ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าวนั้นเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวล้วนแต่โต้เถียงดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อโจทก์ไม่ยอมรับ ชำระหนี้ จำเลยต้องนำค่าเช่าไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 333 วรรคแรกนั้น เห็นว่า ฎีกาดังกล่าวไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1551/2536นางวรรณี สิรยายนโจทก์นายอึ้งหมีซิว แซ่อึ้งจำเลยนางวรรณี สิรยายน โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และทาวน์เฮาส์ พิพาทมีค่าเช่าได้ ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 559เรื่องกำหนดเวลาชำระค่าเช่า เรื่องสถานที่ชำระค่าเช่าตามมาตรา 324 และเรื่องการชำระหนี้จะต้องทำอย่างไร ตามมาตรา 331 และมาตรา 333 กับประเด็นเรื่องคำวินิจฉัยของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(2) หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนี้ โจทก์ได้หยิบยกขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้นำมาพิจารณาวินิจฉัยให้โจทก์โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 83)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยและบริวารออกไป จากทาวน์เฮาส์ห้องเลขที่1379/51ซอยประดิษฐ์ชัยถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าภาษีโรงเรือน จำนวน 8,660 บาท พร้อม ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระ เสร็จและให้ชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 8,000 บาท นับจากวันฟ้อง จนกว่าส่งมอบทาวน์เฮาส์ คืนแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 79)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ถือกำหนด ระยะเวลาชำระค่าเช่าเป็นเด็ดขาดว่าต้องชำระค่าเช่าตามกำหนดในสัญญา

เมื่อจำเลยชำระค่าเช่าหลังวันที่กำหนดในสัญญาจึงยังไม่ถือว่า จำเลยผิดนัดอันจะถือว่าสัญญาเช่าเลิกกัน และฟังว่า โจทก์ไปเก็บค่าเช่ารายเดือนจากจำเลยยังสถานที่เช่าของจำเลยตลอดมา แต่ต่อมาโจทก์ไม่ไปเก็บ ครั้นเมื่อจำเลยนำเงิน ไปชำระโจทก์ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ จำเลยต้องนำเงินไปวางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง จะถือว่าจำเลยผิดนัดอันเป็นเหตุให้ โจทก์บอกเลิกสัญญาหาได้ไม่ โจทก์ฎีกาว่า เมื่อโจทก์จำเลยตกลง กำหนดระยะเวลาชำระค่าเช่ากันไว้ในสัญญาชัดแจ้งแล้ว จำเลยต้อง ชำระค่าเช่าให้ตรงตามกำหนดในสัญญา การที่ศาลอุทธรณ์รับฟัง พยานบุคคลมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขกำหนดระยะเวลาชำระค่าเช่า ตามสัญญา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(2) และโจทก์ฎีกาว่า ในกรณีที่สัญญาเช่าไม่ได้กำหนด

สถานที่ชำระค่าเช่าไว้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 324 กำหนดให้ชำระ ณ ภูมิลำเนาของเจ้าหนี้คือผู้ให้เช่า การที่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์มีหน้าที่ไปเก็บค่าเช่าจากจำเลย เมื่อ โจทก์ไม่ไปเก็บค่าเช่าจะถือว่าจำเลยผิดนัดอันเป็นเหตุให้โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าหาได้ไม่ ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าวนั้นเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวล้วนแต่โต้เถียงดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อโจทก์ไม่ยอมรับ ชำระหนี้ จำเลยต้องนำค่าเช่าไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 333 วรรคแรกนั้น เห็นว่า ฎีกาดังกล่าวไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · สมปอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up