Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56313)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อฎีกาของจำเลยทั้งห้าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบ ในศาลอุทธรณ์ และต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และ 249จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าเห็นว่า จำเลยทั้งห้าได้ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง อันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับ วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้า ด้วยกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลย ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2961ตำบลมะอึอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์มีชื่อถือสิทธิเพียงผู้เดียว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งห้าส่งมอบหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ของที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ห้ามจำเลย ทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 62)จำเลยทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะนางตู้ไม่ได้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ นางตู้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นไม่รับเป็นฎีกาเพราะต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงชอบแล้ว ให้ยกฎีกาจำเลยทั้งห้า

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1447 - 1449/2536นางสมัย แหลมฉลาดหรือจตุเทนโจทก์นายสมร โพธินาม กับพวกจำเลยนายสมร โพธินาม กับพวก

จำเลยทั้งห้าผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อฎีกาของจำเลยทั้งห้าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบ ในศาลอุทธรณ์ และต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และ 249จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าเห็นว่า จำเลยทั้งห้าได้ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง อันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับ วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้า ด้วยกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลย ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ตามลำดับศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2961ตำบลมะอึอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์มีชื่อถือสิทธิเพียงผู้เดียว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการ แสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งห้าส่งมอบหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ของที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ห้ามจำเลย ทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าจำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 62)จำเลยทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะนางตู้ไม่ได้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ นางตู้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นไม่รับเป็นฎีกาเพราะต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงชอบแล้ว ให้ยกฎีกาจำเลยทั้งห้า

Matter details

Panel of judges
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · บรรเทิง มุลพรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up