Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56268)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง จำนวนทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นเรื่องการครอบครอง ที่ดินพิพาท เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วมาปรับกับ บทกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และเป็นสาระสำคัญ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 472 หมู่ที่ 1 ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 36 ไร่ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง กับที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจาก ที่ดินโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามให้โจทก์มีสิทธิ รื้อถอนโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 80)ทนายโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีมีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยว่า จำเลยครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยยึดถือเพื่อตนตลอดมาหลังจากซื้อที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 470 จากการขายทอดตลาดตามคำสั่ง ของศาลชั้นต้นมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แม้จะเข้าใจว่าเป็นที่ดิน ตาม น.ส.3 ที่ซื้อมาหรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์รับโอนที่ดิน พิพาทโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยครอบครองและฟ้องเกิน 1 ปี ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาท โดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินที่ซื้อ จำเลย มิได้มีเจตนาแย่งการครอบครองอันจะอ้างบทกฎหมายเรื่องอายุความ 1 ปี มาใช้ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1177/2536นางสาวผกาวรรณ เงินบริสุทธิ์โจทก์นายพิสิฎฐ์ บุญศิริจำเลยนายเอกสิทธิ์ ปิ่นชุมพลแสง ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

โจทก์ฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง จำนวนทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ในประเด็นเรื่องการครอบครอง ที่ดินพิพาท เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วมาปรับกับ บทกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และเป็นสาระสำคัญ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 472 หมู่ที่ 1 ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ 36 ไร่ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง กับที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจาก ที่ดินโจทก์

หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามให้โจทก์มีสิทธิ รื้อถอนโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 80)ทนายโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีมีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยว่า จำเลยครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยยึดถือเพื่อตนตลอดมาหลังจากซื้อที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 470 จากการขายทอดตลาดตามคำสั่ง ของศาลชั้นต้นมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แม้จะเข้าใจว่าเป็นที่ดิน ตาม น.ส.3 ที่ซื้อมาหรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์รับโอนที่ดิน พิพาทโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยครอบครองและฟ้องเกิน 1 ปี ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง

การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาท โดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินที่ซื้อ จำเลย มิได้มีเจตนาแย่งการครอบครองอันจะอ้างบทกฎหมายเรื่องอายุความ 1 ปี มาใช้ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม มิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up