คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1153/2536นางอำพร สุรักษ์กิตติกุลหรือสุขนิ่ม กับพวกโจทก์นางม้วน บัวครอง กับพวกจำเลยนางอำพร สุรักษ์กิตติกุลหรือสุขนิ่ม ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสายหยุด สุขนิ่ม ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 264ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ทั้งสองฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งสองและบริวารได้ใช้ทางพิพาทตามแนว เส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง เอกสารหมาย จ.9 เป็น ทางเข้าออกเป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางบนที่ดินของ จำเลยทั้งสี่ที่ได้จากการแบ่งแยกจากโฉนดเลขที่ 239ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นทางกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 85 เมตร ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง หมาย จ.9 เป็นทางจำเป็นให้โจทก์ทั้งสองใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะ หากจำเลยทั้งสี่ไม่ยอมเปิดทางก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาล
แทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่ ให้จำเลยที่ 1 รื้อรั้วไม้ ที่ปิดกั้นหน้าที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่ สังเขปท้ายฟ้องหมาย จ.9 หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์ ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ทวิศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางบนที่ดินของจำเลยทั้งสี่ที่ได้จากการแบ่งแยกจากโฉนดเลขที่ 239 ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ให้มีความกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 40 เมตร ตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่ สังเขปท้ายคำให้การ เอกสารหมาย ล.5 เป็นทางจำเป็นเพื่อให้ โจทก์ทั้งสองใช้เป็นทางออกไปสู่ทางสาธารณะ หากจำเลยทั้งสี่ ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของ
จำเลยทั้งสี่ และให้จำเลยที่ 1 รื้อรั้วไม้ที่ปิดกั้นหน้า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามแนวเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง เอกสารหมาย จ.9 เฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่การเปิดทางจำเป็น ดังกล่าว นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 106,105)ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองยื่น คำร้องขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่รื้อรั้วไม้ไผ่ที่กั้นหน้าที่ดินของโจทก์ทั้งสองออกชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น(อันดับ 14,32)คำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งสองได้รับความคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราว ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา