Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5622/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกัน ในการวินิจฉัยคดีส่วนอาญาด้วยกันนั้น หาได้มีบทกฎหมายใดบังคับว่า ในการพิจารณาคดีหลังที่กล่าวหากันด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีก่อน ศาลจะต้องถือเอาข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วในคดีก่อนไม่ดังนั้น ในการวินิจฉัยคดีส่วนอาญา ศาลจึงฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนได้ หาจำต้องไปฟังข้อเท็จจริงจากคดีก่อนไม่ ส่วนในการวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งนั้น หากเป็นการฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกันมาศาลจำต้องถือเอาข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ในคดีส่วนแพ่ง แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้วินิจฉัยคดีและพิพากษาให้แก่โจทก์ การที่จะส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งเสียใหม่หาได้เกิดผลดีแก่คดีโจทก์ไม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามใบจอง เนื้อที่๒๕ ไร่ ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธ์ุ เมื่อวันที่๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ จำเลยได้บุกรุกเข้าไปตัดฟันต้นไม้ในที่ดินดังกล่าว และถูกพนักงานอัยการฟ้องในข้อบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ต่อมาวันที่ ๔ กรกฎาคม๒๕๓๐ เวลากลางวัน จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินดังกล่าวอีกและได้ปลูกบ้านหนึ่งหลังทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่ดินดังกล่าว เพื่อถือการครอบครองที่ดินอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข เหตุเกิดที่ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓,๙๒, ๙๓ ให้ขับไล่จำเลยและรื้อถอนบ้านออกไป ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินอีกศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไต่สวยมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ และจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การในคดีส่วนแพ่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ จำเลยย่อมมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่า โจทก์ การครอบครองของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยว่า ความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้องต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง อุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกันมา ในการวินิจฉัยคดีส่วนอาญาด้วยกันนั้น หาได้มีบทกฎหมายใดบังคับว่า ในการพิจารณาคดีหลังที่กล่าวหากันด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีก่อน ศาลจะต้องถือเอาข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วในคดีก่อนไม่ ดังนั้น ในการวินิจฉัยคดีส่วนอาญาคดีนี้ ศาลจึงฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนได้หาจำต้องไปฟังข้อเท็จจริงจากคดีก่อนไม่ ส่วนในการวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งนั้นหากเป็นการฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกันมาดังกล่าวแล้ว ศาลจำต้องถือเอาข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า

จำเลยมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกว่า จำเลยมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ในคดีส่วนแบ่งศาลจึงไม่อาจจะบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้จะต้องพิพากษายกฟ้องนั่นเอง อย่างไรก็ดีในคดีส่วนแพ่งนี้ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ จะมิได้วินิจฉัยและพิพากษาให้แก่โจทก์ การที่จะส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งเสียใหม่ก็หาได้เกิดผลดีแก่คดีของโจทก์ไม่ ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนเพียงพอแก่การวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายนี้แล้วศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาใหม่

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิพากษายกฟ้องคดีส่วนแพ่งของโจทก์ด้วยค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6549/2560

ตามฟ้องคดีนี้เป็นคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญา และศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีเป็นศาลจังหวัด จึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิ…

Supreme Court Judgment No. 3460/2559

ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิพากษาเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น ฟ้องโจทก์ยังคงมีคดีส่วนแพ่งต้องพิ…

Supreme Court Judgment No. 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

Supreme Court Judgment No. 1059/2501

ในคดีอาญาศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยฐานบุกรุกโดยจำเลยขึงลวดหนามรุกล้ำเข้าไปในบริเวณที่ดินบางส่วนของโจทก์ต่อมาโจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยบุกรุกและให้ออกจากที่ดินส่วนเลยขึ้นไปทางด้านหนืออีก…

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up