Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56177)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีตามฎีกาของจำเลยทั้งสอง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีจำนวน ไม่ถึงสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นที่ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ในประเด็นข้อนี้จำเลยทั้งสองได้ฎีกาโต้แย้งว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังคำเบิกความในสำนวนคดีอาญา เป็นการสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกัน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นคดีนี้ ส่วนในประเด็นที่ว่า คดีขาดอายุความหรือไม่นั้น จำเลยทั้งสองได้ฎีกาโต้แย้งว่า คดีนี้ต้องใช้อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ให้โจทก์ต้องฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี มิใช่ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสอง มาใช้บังคับอันทำให้อายุความที่โจทก์จะฟ้องเป็นคดีแพ่ง สะดุด หยุดลง ฎีกาทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้นของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 112)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 26,640 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 106)จำเลยทั้งสอง จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 112)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก สำหรับปัญหาเรื่องอายุความละเมิด ในคดีนี้ ควรจะนับอายุความอย่างไรนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 728/2536นางพยอม พลประสิทธิ์โจทก์นางนฤมล ตระกูลอนุสรณ์ กับพวกจำเลยนายบัณฑิต รัตนวาร ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีตามฎีกาของจำเลยทั้งสอง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีจำนวน ไม่ถึงสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นที่ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ในประเด็นข้อนี้จำเลยทั้งสองได้ฎีกาโต้แย้งว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังคำเบิกความในสำนวนคดีอาญา เป็นการสมัครใจทำร้ายซึ่งกันและกัน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นคดีนี้ ส่วนในประเด็นที่ว่า คดีขาดอายุความหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองได้ฎีกาโต้แย้งว่า คดีนี้ต้องใช้อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ให้โจทก์ต้องฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี มิใช่ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสอง มาใช้บังคับอันทำให้อายุความที่โจทก์จะฟ้องเป็นคดีแพ่ง สะดุด หยุดลง ฎีกาทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้นของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 112)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 26,640 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 106)จำเลยทั้งสอง จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 112)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก สำหรับปัญหาเรื่องอายุความละเมิด ในคดีนี้ ควรจะนับอายุความอย่างไรนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up