Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56172)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย มิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องด้วยข้อกฎหมายอย่างไร คงมีแต่ว่าคำสั่งศาลที่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องไม่ชอบ จึงมิใช่เป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่รับฎีกา ของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยคัดค้านคำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์ ที่นำคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ มารวมเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องเพื่อวินิจฉัยคดีนี้ โดยที่จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ซึ่งเป็นการ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นฎีกาที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับ การวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3(1)ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 132)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 135)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2534 ว่า จำเลยชื่อ นายสุจินต์ รัตนอมรชัย อีกชื่อหนึ่ง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะมิได้ส่งสำเนาคำร้องขอ แก้ไขคำฟ้องให้จำเลย แต่จำเลยก็ยื่นคำให้การว่าจำเลย มิใช่นายนวรัฐชลรักษ์ จำเลยในคดีนี้แต่ชื่อนายสุจินต์รัตนอมรชัย เป็นคนละคนกันแสดงว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ในรายละเอียดที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้อง ดังนั้นที่จำเลยมิได้รับสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องจึงมิ ทำให้ จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี และในประเด็นนี้ศาลล่าง ทั้งสองฟังว่านายนวรัฐชลรักษ์ จำเลยในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับนายสุจินต์รัตนอมรชัย เป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกิน 2 ปี ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 710/2536นางชไมพร พินิจรัตนพันธ์โจทก์นายนวรัฐ ชลรักษ์ หรือนายสุจินต์ รัตน์อมรชัยจำเลยนายยุทธชัย วิภาลองกต ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย มิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องด้วยข้อกฎหมายอย่างไร คงมีแต่ว่าคำสั่งศาลที่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องไม่ชอบ จึงมิใช่เป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่รับฎีกา ของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยคัดค้านคำวินิจฉัย ของศาลอุทธรณ์ ที่นำคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ มารวมเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องเพื่อวินิจฉัยคดีนี้ โดยที่จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ซึ่งเป็นการ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นฎีกาที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับ การวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3(1)ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 132)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 135)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2534 ว่า จำเลยชื่อ นายสุจินต์ รัตนอมรชัย อีกชื่อหนึ่ง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะมิได้ส่งสำเนาคำร้องขอ แก้ไขคำฟ้องให้จำเลย แต่จำเลยก็ยื่นคำให้การว่าจำเลย

มิใช่นายนวรัฐชลรักษ์ จำเลยในคดีนี้แต่ชื่อนายสุจินต์รัตนอมรชัย เป็นคนละคนกันแสดงว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้ในรายละเอียดที่โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้อง ดังนั้นที่จำเลยมิได้รับสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องจึงมิ ทำให้ จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี และในประเด็นนี้ศาลล่าง ทั้งสองฟังว่านายนวรัฐชลรักษ์ จำเลยในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับนายสุจินต์รัตนอมรชัย เป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกิน 2 ปี ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

Supreme Court Judgment No. 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

Supreme Court Judgment No. 340/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 เดือน 15 วัน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 อีกสถานหนึ่…

Supreme Court Judgment No. 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

Supreme Court Judgment No. 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up