Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5610/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ลูกจ้างด่าทอและฉีกบัตรบันทึกเวลาทำงาน ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง ย่อมถือว่าเป็นการจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายด้วย นายจ้างจึงมีเหตุอันสมควรที่จะเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 583 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 4,916 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 500,000 บาทกับค่าชดเชยเป็นเงิน 12,642 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์ใช้วาจาไม่สุภาพด่าทอหัวหน้าแผนกบริการและสวัสดิการที่บริเวณส่วนต้อนรับและรับโทรศัพท์ ซึ่งมีเพื่อนพนักงานอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย และโจทก์ได้ฉีกบัตรบันทึกเวลาทำงานของโจทก์จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ขอให้นางวลีรัตน์ หอมสุวรรณ

หัวหน้าแผนกบริการและสวัสดิการฝ่ายบุคคลลงชื่อรับรองในบัตรบันทึกเวลาทำงานของโจทก์ว่าไม่ได้มาทำงานสาย มิฉะนั้นโจทก์จะขาดสิทธิได้รับเบี้ยขยันนางวลีรัตน์ไม่ยอมลงชื่อรับรองให้ โจทก์เดินออกมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด่าทอโดยไม่ระบุชื่อใคร และฉีกบัตรบันทึกเวลาทำงาน การกระทำของโจทก์เป็นการทำลายบัตรบันทึกเวลาทำงานตามพฤติการณ์การกระทำของโจทก์ดังกล่าวเกิดจากความบีบคั้น กดดันทางด้านจิตใจ ด้วยความเสียดายเบี้ยขยันจึงกระทำลงไป มิได้เกิดจากเจตนาร้ายให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหาย การกระทำของโจทก์ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงคงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในหมวดที่ 7 เรื่องวินัยทั่วไป ข้อ 1.4 เรื่องใช้วาจาไม่สุภาพกระทบกระแทก

เสียดสี ก้าวร้าวพนักงานด้วยกันเท่านั้นโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแต่ไม่ใช่กรณีที่ร้ายแรงไม่อยู่ในข้อยกเว้นที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยโจทก์ทำงานกว่า 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน คิดเป็นเงิน 12,642 บาทโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในเรื่องวินัยทั่วไปโดยจงใจ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุผลสมควร มิใช่เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย พิพากษาให้จำเลยชำระเงินรวมจำนวน 13,042 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 2 กันยายน 2536)จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุ หลังจากโจทก์ถูกนางวลีรัตน์ปฏิเสธไม่ยอมลงชื่อรับรองว่าโจทก์ไม่ได้มาสาย โจทก์เดินออกมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วด่าทอ ฉีกบัตรบันทึกเวลาทำงานซึ่งการกระทำไปเกิดจากความบีบคั้น กดดันทางจิตใจถึงขั้นร้ายแรง คงเป็นเพียงการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ได้ตรวจดูระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเอกสารหมาย ล.1 หมวดที่ 7เรื่องวินัยทั่วไป ข้อ 1.4 มีข้อความว่า"พนักงานต้องแสดงกิริยาวาจาสุภาพเยี่ยงสุภาพชนพึงปฏิบัติต่อกัน

ไม่สบประมาทดูหมิ่นเหยียดหยาม ล่วงเกิน ล้อเลียนกระทบกระแทกเสียดสี ก้าวร้าว หยาบคายหรือกระทำการใด ๆที่ไม่เหมาะสมต่อผู้บังคับบัญชาหรือพนักงานด้วยกันทั้งนี้รวมถึงบุคคลภายนอกที่ติดต่อหรือเกี่ยวกับบริษัทฯ ด้วย"และหนังสือเลิกจ้างโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.4 ก็ระบุว่าโจทก์ได้ใช้วาจาไม่สุภาพด้วยการด่าทอในบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ซึ่งมีผู้มาติดต่อกับบริษัทเป็นจำนวนมากเกิดความเสียหายในชื่อเสียงบริษัทฯ และโจทก์ได้ฉีกบัตรบันทึกเวลาทำงานอันเป็นทรัพย์สินของบริษัทเห็นว่า เหตุเลิกจ้างโจทก์ของจำเลยก็ตรงกับที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างซึ่งผลของการกระทำของโจทก์ผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 7 ข้อ 1.4 แม้จำเลยจะกล่าวสรุปในหนังสือเลิกจ้างตอนท้ายว่า

โจทก์กระทำผิดวินัยของบริษัทฯว่าด้วยการรักษาทรัพย์สิน ผลประโยชน์และชื่อเสียงของบริษัทฯ(ข้อ 3) ก็ตาม ไม่ใช่ข้อสำคัญ เมื่อโจทก์กระทำผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งถือว่าเป็นการจงใจขัดคำสั่งของจำเลยผู้เป็นนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายด้วย จำเลยก็มีเหตุอันสมควรที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชลิต ประไพศาล · ชลอ ทองแย้ม · ธวัชชัย พิทักษ์ผล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

Supreme Court Judgment No. 4110/2561

โจทก์เป็นผู้จัดการแผนกคลังสินค้ามีหน้าที่จัดทำเอกสารใบควบคุมการส่งสินค้าเพื่อจ่ายสินค้า ออกจากคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ก่อนนำสินค้าขึ้นรถขนส่งจะต้องมีการตรวจสอบรายการสินค้าให้ครบถ้…

Supreme Court Judgment No. 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

Supreme Court Judgment No. 642/2559

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มิได้ให้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ไว้และไม่ได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต" ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 1 (1) จึงต้องใช้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ตามพจนานุกรม คือความประพฤติชั่ว โ…

Supreme Court Judgment No. 13524/2557

โจทก์เป็นพนักงานการเงินของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่เก็บเงินค่าไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ดำเนินการนำเงินค่าไฟฟ้าที่เก็บมาได้ฝากเข้าบัญชีของจำเลยในธนาคารด้วยตนเอง ให้ถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up