Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 561/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำว่า ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 181(1) นี้หมายถึงว่าอัตราโทษขั้นต่ำของความผิดนั้นจะต้องมีระวางโทษจำคุก 3 ปีเป็นอย่างน้อยที่สุด การเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ไม่ใช่เรื่องแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความแต่เป็นเรื่องเบิกความซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจจดข้อความตอนใดหรือไม่จดก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความการจดจึงเป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของพยานที่จะแจ้งให้ศาลจดข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา267 จำเลยไม่ใช่นายช่วง แต่มาอ้างต่อศาลว่าเป็นนายช่วงและข้อเท็จจริงที่จำเลยเบิกความว่าได้รู้เห็นเหตุการณ์จำเลยก็มิได้รู้เห็นจริง กับจำเลยได้ลงนามปลอมว่า นายช่วง ในคำเบิกความที่ศาลจดไว้อีกด้วยความผิดฐานเบิกความเท็จสำเร็จได้โดยไม่ต้องอาศัยการลงนามปลอมการลงนามปลอมของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 อีกด้วยแต่จำเลยหามีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 อีกมาตราหนึ่งไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งไม่ใช่นายช่วง เวชเตง ได้สาบานตัวต่อศาลอ้างว่าเป็นนายช่วง เวชเตง แล้วให้การเป็นพยานแก่นายอัมพรจำเลยในการพิจารณาคดีอาญาฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยบังอาจเอาความที่รู้ว่าเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีมาเบิกความต่อศาลและจำเลยแจ้งให้นายพยนต์ ยาวะประภาษ ผู้พิพากษาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้พิจารณาคดีจดคำเบิกความเท็จในเอกสารราชการเมื่อเบิกความเท็จดังกล่าวและผู้พิพากษาได้จดข้อความตามจำเลยเบิกความลงในกระดาษคำให้การพยานแล้ว จำเลยได้ลงลายมือชื่อปลอม นายช่วง เวชเตง ลงในกระดาษคำให้การพยานซึ่งเป็นเอกสารราชการด้วย การกระทำของจำเลยน่าจะเกิดความเสียหายแก่นายพยนต์ ยาวะประภาษ นายช่วง เวชเตงและประชาชนได้

ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,181, 264, 265, 267จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177, 181(1), 267 ให้ลงโทษจำคุกตามมาตรา 181(1) อันเป็นบทหนักมีกำหนด 6 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265 ให้จำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ซึ่งเป็นบทหนักมีกำหนด 4 ปี รวมโทษจำคุก 10 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 วรรค 2 และมาตรา 265 ให้วางโทษตามมาตรา 177 วรรค 2 มีกำหนด 3 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ความผิดฐานให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จให้ยกโจทก์และจำเลยฎีกา โดยโจทก์ฎีกาขอให้พิพากษาลงโทษจำเลยทุกมาตราตามที่ศาลชั้นต้นพิจารณา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปในมาตรา 181(1)นั้น หมายถึงอัตราโทษขั้นต่ำของความผิดนั้น ๆ จะต้องมีระวางโทษจำคุก 3 ปีเป็นอย่างน้อยที่สุด เมื่อโทษในคดีที่จำเลยเบิกความเท็จเป็นโทษตามมาตรา 284 ฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารไม่มีอัตราขั้นต่ำ การเบิกความเท็จของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรค 2 เท่านั้น ไม่ใช่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 181(1)

ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยเบิกความเท็จต่อศาล ก็คือการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการจำเลยนอกจากจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 แล้วจำเลยยังจะต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ด้วยนั้นศาลฎีกาเห็นว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความ แต่เป็นเรื่องเบิกความซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจจดข้อความตอนใดหรือไม่จดก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ.... การจดจึงเป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของพยานที่จะแจ้งให้ศาลจดข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นการที่จำเลยเบิกความเท็จแล้วลงนามปลอมนั้น การลงนามปลอมมิได้เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดฐานเบิกความเท็จ

เพราะแม้จำเลยจะมิได้ลงนามปลอมความผิดฐานเบิกความเท็จก็ไม่ขาดองค์ประกอบไปแต่อย่างใด ฉะนั้นเมื่อจำเลยเบิกความเท็จแล้ว ยังบังอาจลงนามปลอมไปอีกจำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ด้วย แต่การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 เพราะเอกสารฉบับนั้นศาลทำขึ้นการปลอมเอกสารราชการจะต้องกระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง แต่การที่ศาลจดข้อความไว้เอง และผู้พิพากษาผู้จดข้อความก็ลงนามไว้ด้วย เพียงแต่จำเลยผู้เบิกความปลอมตัวมาลงนามในฐานะผู้เบิกความเช่นนี้หาทำให้จำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ด้วยไม่

จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 เท่านั้นพิพากษาแก้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมคือฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177วรรค 2 และฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 แต่ให้วางโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรค 2ซึ่งเป็นกระทงที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี ลดโทษให้จำเลยตามมาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน

Matter details

Panel of judges
สนิท สุมาวงศ์ · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up