คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์จนโจทก์แท้งลูก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๒๗๙, ๓๐๓ จำเลยทั้งสามปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดเพียงฐานทำร้ายให้เกิดอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๒๙๕ เท่านั้น ปรับ ๑๐๐ บาท ให้ปล่อยจำเลยที่ ๒ - ๓ ไป เพราะไม่ได้ร่วมทำผิดด้วย
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสโดยแท้งลูก แม้โจทก์จะได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๒๗๘ ผิดมาตราก็ตาม ก็ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗ ที่ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๒๙๗ (๕) ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๖ เดือน โดยไม่ลงโทษปรับ นอกนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา จึงสั่งอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงอย่างศาลอุทธรณ์ และเห็นว่า แม้โจทก์อ้างบทผิดเป็นมาตรา ๒๗๙ ศาลก็ลงโทษตามบทมาตราที่ถูกต้องได้ตาม ป.วิ. อ. มาตรา ๑๙๒ ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเป็นหญิง ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษมาก่อน ประกอบกับสภาพแห่งความผิดแล้ว สมควรให้รอการลงโทษจำเลยที่ ๑ ไว้
Result
จึงพิพากษาแก้ว่า โทษจำคุก ๖ เดือนนั้น ให้รอการลงโทษไว้ ๓ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๕๖