คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่านายหน้าแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 100,164.63 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 106,810.66 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 70,656 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 70,656 บาท และค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 16,860.28 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 18,819.26 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 15,000 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 15,000 บาทศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่านายหน้าแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 120,164.63 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 106,810.66 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 70,656 บาท และโจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 70,656 บาท คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลย เป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับ จำเลยเห็นว่า ปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกานั้น เป็นการ อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายและเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ขอศาลฎีกาได้โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับนี้ว่า ให้รับคำร้องแต่ต่อมามีคำสั่งใหม่ว่าจำเลยมิได้ วางเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้ เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย และ ให้จำเลยนำเงินดังกล่าวหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่ทราบคำสั่งจำเลยทราบคำสั่งศาลแรงงานกลางดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยไม่นำเงิน หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล
ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งให้ส่งสำนวน ไปยังศาลฎีกาศาลฎีกามีคำสั่งว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้จำเลย ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้จำเลยนำเงิน หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยทราบคำสั่ง ศาลแรงงานกลางดังกล่าวแล้วแต่จำเลยไม่นำเงิน หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามคำสั่งของศาลแรงงานกลาง จึงเป็น การขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 มาตรา 31 จึงให้ยกคำร้องของ จำเลย"