Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2557 (ref. 560378)

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ว่า ถือว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยังคงไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ และอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เช่นนี้ แสดงว่าศาลชั้นต้นพิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อศาลแล้วว่า ไม่มีข้อเท็จจริงใดอันจะทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวเป็นอย่างอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156/1 วรรคสาม และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เช่นนี้ ย่อมรวมถึงเงินที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จะต้องวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ตามมาตรา 157 ด้วย ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 วางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229 จึงเป็นคำสั่งไม่ชอบ แม้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จะนำเงินบางส่วนมาวางศาล ย่อมไม่มีผลผูกพันให้ต้องนำเงินส่วนที่ขาดมาวางเพิ่มเติมเป็นค่าธรรมเนียมใช้แทนในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ตามมาตรา 229

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน สำนวนแรก

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องโดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล หลังจากจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี โจทก์ที่ 4 ขอถอนฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำหน่ายคดีสำหรับโจทก์ที่ 4 จากสารบบความ สำนวนหลัง จำเลยฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การต่อสู้คดี

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้พิจารณาคดีทั้งสองสำนวนรวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 สำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ให้เรียกจำเลยสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลังว่าจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 รวมทั้งบริวารขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 62755 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ห้ามโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 รวมทั้งบริวารเข้าเกี่ยวข้องให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จะขนย้ายทรัพย์สินรวมทั้งบริวารและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน กับให้โจทก์ที่ 1 ที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยในสำนวนหลัง โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองสำนวนรวม 20,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ในสำนวนแรก โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์พร้อมคำขอทุเลาการบังคับและยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ว่า ถือว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยังคงไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ และมีคำสั่งในอุทธรณ์ว่า ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 มาวางให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลจำนวน 20,570 บาท ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งรับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนส่วนที่ขาดอยู่อีก 200,000 บาท มาวางศาลภายในเวลาที่กำหนด โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านโดยขอให้มีคำสั่งคืนเงิน 20,570 บาท ที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 วางต่อศาลโดยสำคัญผิดว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์บางส่วน และเพิกถอนคำสั่งที่ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางเพิ่มเติมอีก 200,000 บาท ซึ่งโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับการยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229, 157 ศาลชั้นต้นบันทึกในรายการกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2554 ว่า ตามคำสั่งของศาลที่สั่งในอุทธรณ์และคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 แสดงว่าศาลอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เพียงบางส่วนโดยไม่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จึงต้องนำเงินดังกล่าว 200,000 บาท มาวางศาลเพิ่มเติม ให้นัดพร้อม ในวันนัดพร้อมวันที่ 4 สิงหาคม 2554

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้วินิจฉัยตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2554 แล้วว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 มาวางเพิ่มเติม 200,000 บาท จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาวางศาลภายในเวลาที่กำหนดและให้นัดพร้อม ในวันนัดพร้อมวันที่ 17 สิงหาคม 2554 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 แถลงว่า ไม่มีเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนวางศาล และไม่ได้นำมาวางภายในเวลาที่กำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเดิมที่รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นไม่รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นวันที่ 4 สิงหาคม 2554 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 วางเงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มเติมดังกล่าว คืนค่าธรรมเนียมศาล 20,570 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับคำร้องขอทุเลาการบังคับของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนมาวางศาลเพิ่มเติมอีก 200,000 บาท ชอบหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว เงินค่าธรรมเนียมใช้แทนที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 นำมาวางศาลเพิ่มเติมนั้น เป็นเงินค่าฤชาธรรมเนียมตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ใช้แทนจำเลยในสำนวนคดีหลังซึ่งจำเลยฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 โดยเป็นค่าธรรมเนียมศาลที่เป็นค่าขึ้นศาล ซึ่งจำเลยชำระตามคำสั่งของศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้รวมการพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนนี้เข้าด้วยกัน ตามใบรับเงินค่าธรรมเนียมศาล ลงวันที่ 12 มีนาคม 2553 และวันที่ 8 เมษายน 2553 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจาณาคดีรวมกัน มีผลให้คดีที่พิจารณารวมกันนั้นเป็นคดีเดียวกัน

คำพิพากษาของศาลก็อยู่ในฉบับเดียวกัน เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดีในศาลชั้นต้นและเป็นฝ่ายแพ้คดีได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ในสำนวนแรก กับยกฟ้องจำเลยในสำนวนหลัง และยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ดังกล่าวว่าถือว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยังคงไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ และอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เช่นนี้ แสดงว่าศาลชั้นต้นพิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อศาลแล้วว่า ไม่มีข้อเท็จจริงใดอันจะทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวเป็นอย่างอื่นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156/1 วรรคสาม

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นมีผลเป็นปริยายว่า ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์สำหรับสำนวนคดีหลังที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ถูกจำเลยฟ้องแล้วด้วยและคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเช่นว่านี้ ย่อมรวมถึงเงินที่โจทก์ที่ 1ถึงที่ 3 จะต้องวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157 ด้วย ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ว่า ให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 วางเงินค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว

แม้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 จะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นว่านั้น โดยนำเงินดังกล่าว 20,570 บาทมาวางต่อศาลแล้ว ย่อมไม่มีผลผูกพันให้ต้องนำเงินที่ขาดอีก 200,000 บาท มาวางเพิ่มเติมเป็นค่าธรรมเนียมใช้แทนในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร · บุญมี ฐิตะศิริ · จตุรงค์ นาสมใจ
Lower court
ศาลจังหวัดพัทยา - นายพินิต สุขสุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวันชัย ธำรงพิริยะพันธ์
Supreme Court black case no.
พ3554/2555
Trial court black case no.
พ719/2552
Trial court red case no.
พ61/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 8636/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นคนยากจนไม่มีเงินชำระว่า อนุญาตให้จำเลยที่ 2 อุทธรณ์โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งมีความหมายว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฟ…

Supreme Court Judgment No. 806/2554

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่เพิกถอนคำสั่งเดิมที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ มีผลเท่ากับเป็นคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ถือว่าเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเ…

Supreme Court Judgment No. 2882/2548

เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา บุคคลนั้นไม่ต้องเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณารวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น เงินวางศาลในการยื่นอุทธรณ์คื…

Supreme Court Judgment No. 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up