Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55962)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกา ดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3ไม่ได้ปฏิบัติและวินิจฉัยคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญามาตรา 56 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 82) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเฉพาะโทษโดยลงโทษจำคุกจำเลย6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ฎีกาของจำเลยซึ่งขอให้ลงโทษจำเลย ในสถานเบาและรอการลงโทษเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาล ในการกำหนดโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2805/2538นายสุกิจ วรเวชธนกุลโจทก์นายสุวัฒน์ ดียอดยิ่งจำเลยนายสุวัฒน์ ดียอดยิ่ง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

จำเลยฎีกา ดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3ไม่ได้ปฏิบัติและวินิจฉัยคดีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญามาตรา 56 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 82) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเฉพาะโทษโดยลงโทษจำคุกจำเลย6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ฎีกาของจำเลยซึ่งขอให้ลงโทษจำเลย ในสถานเบาและรอการลงโทษเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาล ในการกำหนดโทษ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · อำนวย หมวดเมือง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up