Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2556 (ref. 559111)

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน แม้โจทก์ที่ 3 จะเป็นผู้ถือหุ้นโจทก์ที่ 2 ถึงร้อยละ 70 ก็หาทำให้โจทก์ที่ 3 มีสิทธิดำเนินคดีจำเลยซึ่งกระทำความผิดต่อโจทก์ที่ 2 แต่อย่างใด โจทก์ที่ 3 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ที่ 1 และที่ 2 สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับและเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่าจำเลย โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 265, 268, 353

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องสำนวนหลังแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 265, 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 264 วรรคแรก และ 265 ความผิดฐานปลอมเอกสารและเอกสารสิทธิและความผิดฐานใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอมให้ลงโทษฐานปลอมเอกสารและฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 5 ปี ข้อหาอื่นและคำอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์ที่ 3 มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน แม้โจทก์ที่ 3 จะเป็นผู้ถือหุ้นโจทก์ที่ 2 ถึงร้อยละ 70 ก็หาทำให้โจทก์ที่ 3 มีสิทธิดำเนินคดีจำเลยซึ่งกระทำความผิดต่อโจทก์ที่ 2 แต่อย่างใด โจทก์ที่ 3 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 2 ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้จัดการของโจทก์ที่ 2 ย่อมรู้ถึงการดำเนินธุรกิจของโจทก์ที่ 2 ในการจำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้า การที่จำเลยมีหนังสือค้ำประกันของธนาคารปลอมถึง 13 ฉบับ และมีสัญญาสามฝ่ายที่ระบุว่าโจทก์ที่ 2 แต่งตั้งให้บริษัทคังช่วงเคอจี้ (ฮ่องกง)

จำกัด เป็นตัวแทนในการจำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้า และมีหนังสือรับรองของสำนักงานทนายความจิ่งเสียงกวางตุ้งรับรองสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาสามฝ่ายมีตราประทับของโจทก์ที่ 2 อยู่ด้วย นอกจากนี้จำเลยยังเป็นผู้นำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อนายวิรัตน์และนายศรัณย์ ผู้ตรวจสอบภายใน พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำการปลอมเอกสารดังกล่าว มิฉะนั้นก็ต้องมีส่วนรู้เห็นในการปลอมเพราะจำเลยย่อมเข้าใจดีว่าข้อเท็จจริงมิได้เป็นไปตามเอกสารดังกล่าวและเอกสารดังกล่าวมาอยู่ในครอบครองของจำเลย ทั้งหลังเกิดเหตุเมื่อมีการตรวจสอบพบการกระทำความผิด จำเลยได้หลบหนีโดยไม่ไปทำงานที่บริษัทโจทก์ที่ 2 จากนั้นได้เดินทางไปยังหลายแห่ง

สุดท้ายได้ลักลอบเข้าประเทศไทยทางด่านสะเดาและหลบอยู่ในกรุงเทพมหานคร หากจำเลยมิได้กระทำความผิดจริงก็ไม่มีเหตุที่จำเลยจะหลบหนีดังกล่าว ที่จำเลยกล่าวอ้างว่าที่หลบหนีเพราะกลัวถูกทำร้ายนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยไปก่อความเสียหายให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด รวมทั้งบิดาของนายหงด้วย อีกทั้งประเทศต่างๆ ที่จำเลยเดินทางเข้าไปนั้นเป็นประเทศที่เจริญแล้วสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานหรือตำรวจท้องที่ได้ หรือแม้กระทั่งเข้ามายังราชอาณาจักรไทยแล้วก็ขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจได้ แต่จำเลยหาได้กระทำไม่ จนกระทั่งถูกออกหมายจับและติดตามจับกุมได้พร้อมเอกสารซึ่งเป็นเช็คที่ลูกค้าของโจทก์ที่ 2 ออกชำระหนี้ให้โจทก์ที่ 2 แล้วแต่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้เนื่องจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า

จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธิหรือมิฉะนั้นมีส่วนร่วมรู้เห็นในการปลอมเอกสารสิทธิดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ที่ 2 ฟังขึ้น เมื่อจำเลยรู้ว่าเอกสารสิทธิดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมแต่ได้นำไปมอบให้นายวิรัตน์และนายศรัณย์ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจดู จึงเป็นการใช้เอกสารสิทธิปลอม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น คงมีข้อวินิจฉัยต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกันหรือไม่ เห็นว่า การปลอมหนังสือค้ำประกันธนาคารก็ดี หนังสือสัญญาสามฝ่ายก็ดี เป็นการกระทำต่างรายต่างวาระและหนี้ต่างจำนวนกัน จึงเป็นความผิดแต่ละฉบับแยกต่างหากจากกัน อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยว่าต้องการให้มีผลแตกต่างกัน จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน

หาใช่เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการที่จำเลยทำหนังสือรับรองของสำนักงานทนายความจิ่งเสียงกวางตุ้งเพื่อรับรองการกระทำสัญญาสามฝ่ายนั้นก็เพื่อสนับสนุนให้เห็นว่ามีการทำสัญญากันขึ้นจริง จึงมีเจตนาเดียวกันกับการทำสัญญาสามฝ่ายปลอม จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท การที่จำเลยนำเอกสารสิทธิปลอมและหนังสือสำนักงานทนายความปลอมดังกล่าวไปแสดงต่อนายวิรัตน์และนายศรัณย์พร้อมกัน เป็นการใช้เอกสารซึ่งจำเลยมีวัตถุประสงค์ให้มีผลแตกต่างกันไปในหนี้และสัญญาแต่ละราย จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระเช่นกัน รวมแล้วจำเลยกระทำความผิด 25 กระทง ฎีกาของโจทก์ที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วน

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 265, 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 265 ความผิดฐานปลอมเอกสารและเอกสารสิทธิกับความผิดฐานใช้เอกสารและเอกสารสิทธิปลอมให้ลงโทษฐานปลอมเอกสารสิทธิกับฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุกกระทงละ 2 ปี จำนวน 25 กระทง รวมจำคุก 50 ปี แต่คงให้จำคุก 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ยกฟ้องโจทก์ที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ศิริชัย วัฒนโยธิน · ทวีป ตันสวัสดิ์ · พศวัจณ์ กนกนาก
Lower court
ศาลอาญา - นายสุรัตน์ชัย ศิลาภากุล
ศาลอุทธรณ์ - นายธงชัย อยู่ถนอม
Supreme Court black case no.
อ6805/2551
Trial court black case no.
อ2148/2546
Trial court red case no.
อ1222/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

Supreme Court Judgment No. 1220/2567

ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งชักชวนโจทก์ให้นำเงินมาลงทุนในบริษัท ม. ว่าจะได้ผลตอบแทนสูง แม้เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วจะเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปีก็ตาม แต่กรณีมิใช่เรื่องที่โจทก์ให้บริษัท ม. กู้…

Supreme Court Judgment No. 210/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต้องระบุชัดเจนถึงข้อความเท็จนั้นว่ามีข้อความเป็นอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร คำฟ้องของโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศ…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment No. 1221/2563

ขณะจำเลยใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซื้อขายที่ดิน โจทก์ยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว ความเสียหายโดยตรงที่เกิดขึ้นเมื่อมีการใช้เอกสารปลอมจึงมีเฉพาะเจ้าของที่ดินซึ่งอาจต้องส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up