Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55778)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วม ไม่ปรากฏถ้อยคำพยานปากใดที่จะชี้ชัดว่าจำเลยปลอม และใช้เอกสารปลอม จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานและดำเนินการ เกี่ยวกับคำขอสินเชื่อ เพราะกระทำไปตามคำสั่งของ นางสาวสุดใจ พงษ์ธรรมรักษ์ กรรมการบริหารบริษัทโจทก์ร่วมและผู้บังคับบัญชาโดยตรงของจำเลยเท่านั้น โดยไม่ทราบว่า ลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกันเป็นลายมือชื่อปลอม จึงเป็นการกระทำโดยขาดเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา บริษัทเงินทุนไทยเซฟวิ่งทรัสต์ จำกัดผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,264,265,268 การกระทำของจำเลย เป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ลงโทษฐานใช้สัญญากู้ปลอม ตามมาตรา 268 ประกอบกับมาตรา 265 จำคุก 3 ปี ฐานใช้คำขอสินเชื่อ คำขอขายลดเช็ค สัญญาค้ำประกัน ขายลดเช็ค หนังสือมอบอำนาจโอนที่ดินปลอม ตามมาตรา 268 ประกอบกับมาตรา 265 จำคุก 3 ปี กับมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 ตรี,75 เบญจ,75 สัตต,75อัฏฐ,75ทวาทศ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 90 แต่เนื่องจากมาตรา 75 ตรี,75 สัตต,75อัฏฐ มีอัตราโทษ หนักสุดเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 75 ตรี จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 11 ปี กับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 6,616,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามมาตรา 75 ทวาทศ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 75 แผ่นที่ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นการโต้เถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1745/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์บริษัทเงินทุนไทยเซฟวิ่งทรัสต์ จำกัดโจทก์นายนพดล แจ้งบุตรศรีจำเลยนายนพดล แจ้งบุตรศรี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วม ไม่ปรากฏถ้อยคำพยานปากใดที่จะชี้ชัดว่าจำเลยปลอม และใช้เอกสารปลอม จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานและดำเนินการ เกี่ยวกับคำขอสินเชื่อ เพราะกระทำไปตามคำสั่งของ นางสาวสุดใจ พงษ์ธรรมรักษ์ กรรมการบริหารบริษัทโจทก์ร่วมและผู้บังคับบัญชาโดยตรงของจำเลยเท่านั้น โดยไม่ทราบว่า ลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกันเป็นลายมือชื่อปลอม จึงเป็นการกระทำโดยขาดเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา บริษัทเงินทุนไทยเซฟวิ่งทรัสต์ จำกัดผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,264,265,268 การกระทำของจำเลย เป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ลงโทษฐานใช้สัญญากู้ปลอม ตามมาตรา 268 ประกอบกับมาตรา 265 จำคุก 3 ปี ฐานใช้คำขอสินเชื่อ คำขอขายลดเช็ค สัญญาค้ำประกัน ขายลดเช็ค หนังสือมอบอำนาจโอนที่ดินปลอม ตามมาตรา 268 ประกอบกับมาตรา 265 จำคุก 3 ปี กับมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

พ.ศ. 2522 มาตรา 75 ตรี,75 เบญจ,75 สัตต,75อัฏฐ,75ทวาทศ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 90 แต่เนื่องจากมาตรา 75 ตรี,75 สัตต,75อัฏฐ มีอัตราโทษ หนักสุดเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 75 ตรี จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 11 ปี กับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 6,616,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามมาตรา 75 ทวาทศ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 75 แผ่นที่ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่ง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นการโต้เถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up