คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1248/2538พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายดอกเทียน ปิ่นโตจำเลยนายดอกเทียน ปิ่นโต จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 121, ม. 218 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนข้อ 2.2 นั้น ถึงแม้ผลคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผล ของคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไปได้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรจะได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยขับรถบรรทุกสินค้ามาถึงช้ากว่ารถยนต์คันอื่นเพียง 50 นาทีเท่านั้น หาใช่ 2 ชั่วโมง ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญของคดี ส่วนฎีกาข้อ 2.2ที่ว่าบริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น
จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วย่อมมีผลให้การร้องทุกข์ และการดำเนินกระบวนพิจารณาของคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยได้ หาใช่ข้อกฎหมาย ที่ไม่เป็นสาระอันควรที่จะได้รับการวินิจฉัยไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ เครื่องคอมเพรสเซอร์ จำนวน 35 เครื่อง เป็นเงิน 288,750 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 97) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100)คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจาก ข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้น เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยข้อ 2.2 ที่ว่าบริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัด มิได้เป็นผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเว้นแต่จะมี คำร้องทุกข์ตามระเบียบก็เฉพาะแต่คดีความผิดต่อส่วนตัว หรือความผิดอันยอมความได้เท่านั้น เมื่อคดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินมิใช่เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้บริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น
จำกัด ย่อมจะกล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนย่อมมีอำนาจสอบสวนจำเลย ได้โดยชอบอยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ว่าบริษัทมิตซูคอปอร์เรชั่น จำกัดจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ มีอำนาจร้องทุกข์หรือไม่ ก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยในข้อนี้แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง