Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55669)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์คดีจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้ยังมิได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบถึงข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้อง ศาลชั้นต้นเพียงแต่ตรวจคำฟ้องโจทก์แล้วสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง และพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยทำเป็น คำพิพากษานั้น ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167 ประกอบกับมาตรา 182 ที่ถูกต้องทำเป็นคำสั่ง ไม่ประทับฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 ประกอบกับมาตรา 186 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงมีผล เป็นเพียงยืนตามคำสั่งไม่ประทับฟ้อง กรณีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนในข้อหาแพ่งนั้นให้โจทก์ไปฟ้องใหม่ยังศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 68) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 71 แผ่นที่ 2)คำสั่ง ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่า การกระทำของ จำเลยไม่เป็นความผิด คดีไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน คดีของโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1057/2538นายคำรณ เตชะไพบูลย์โจทก์นายเจริญ สิริวัฒนภักดี กับพวกจำเลยนายคำรณ เตชะไพบูลย์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์คดีจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้ยังมิได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบถึงข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้อง ศาลชั้นต้นเพียงแต่ตรวจคำฟ้องโจทก์แล้วสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง และพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยทำเป็น คำพิพากษานั้น ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167 ประกอบกับมาตรา 182 ที่ถูกต้องทำเป็นคำสั่ง ไม่ประทับฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 ประกอบกับมาตรา 186 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงมีผล เป็นเพียงยืนตามคำสั่งไม่ประทับฟ้อง กรณีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนในข้อหาแพ่งนั้นให้โจทก์ไปฟ้องใหม่ยังศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 68) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 71 แผ่นที่ 2)คำสั่ง ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่า การกระทำของ จำเลยไม่เป็นความผิด คดีไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์

Result

พิพากษายืน คดีของโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
บรรเทิง มุลพรม · สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up